เสาเฉลียง ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี
ที่ตั้ง
เสาเฉลียง ตั้งอยู่ที่ ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี อยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติผาแต้ม กรมป่าไม้ การเดินทางสู่พื้นที่ทำได้โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 217 จากจังหวัดอุบลราชธานี ไปอำเภอพิบูลมังสาหาร แล้วใช้ทางหลวงหมายเลข 2222 ไปอำเภอโขงเจียม จากอำเภอโขงเจียมใช้เส้นทางสาย 2134 (โขงเจียม – ศรีเมืองใหม่) ประมาณ 5 กิโลเมตร แยกขวา เข้าเส้นทางสาย 2112 อีกประมาณ 9 กิโลเมตร มีทางแยกขวาไปผาแต้ม จะถึงเสาเฉลียงประมาณ 1.5 กิโลเมตรก่อนถึงผาแต้ม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดอุบลราชธานี การเข้าไปชมเสาเฉลียงและผาแต้มต้องจ่ายเงินค่าบำรุงให้กับกรมป่าไม้คนละ 20 บาท
ลักษณะของแหล่ง
เสาเฉลียง มีลักษณะเป็นแท่งเสาหินขนาดใหญ่รูปดอกเห็ด มีความสูงต่างๆ กัน แท่งเสาสูงที่สุด ประมาณ 7 เมตร จากระดับพื้นหินที่แท่งหินตั้งอยู่ ส่วนแท่งเตี้ยมีระดับความสูงประมาณ 5 เมตร แท่งหินมีจำนวน 3 แท่ง และมีแผ่นหินหนาขนาดใหญ่ ปลายด้านหนึ่งวางอยู่บนพื้น และอีกด้านหนึ่งมีเสาเตี้ยๆ ค้ำยัน เสาเฉลียงทั้งหมดวางตัวอยู่บนเนินหินทางซ้ายของถนนที่ไปผาแต้ม
ธรณีวิทยา
เสาเฉลียงเป็นลักษณะที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ สืบเนื่องมาจากกระบวนการกัดเซาะและกัดกร่อนด้วยอิทธิพลของน้ำและลม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากการสึกกร่อนโดยแม่น้ำหรือธารน้ำไหลกัดเซาะเป็นเวลาชั่วนาตาปี เกิดขึ้นในชั้นหินที่วางตัวอยู่ในแนวราบหรือเกือบราบและในแต่ละชั้นมีส่วนประกอบของแร่ที่แตกต่างกัน จึงทำให้มีความแข็งและทนทานที่ไม่เหมือนกัน
จากลักษณะเด่นของเสาเฉลียงที่ปรากฏให้เห็นแสดงความแตกต่างที่สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ส่วน ในส่วนล่างที่เรียกว่าชั้นฐาน ความหนาจากพื้นที่ยืนอยู่ขึ้นไปประมาณ 70-100 เซนติเมตร เป็นชั้นหินทรายที่มีส่วนประกอบเป็นเม็ดทรายที่มีขนาดเท่า ๆ กัน ขนาดเล็กถึงปานกลางเป็นพวกควอรตซ์เป็นส่วนใหญ่ มีแร่หินฟันม้าบ้าง ในชั้นหินแสดงแนวชั้นเฉียงระดับที่เป็นตัวบ่งชี้ทิศทางการไหลของน้ำในสมัยโบราณ และมีเนื้อประสานที่เป็นซิลิกา ทำให้มีความคงทนต่อการกัดกร่อนเป็นอย่างดี ในส่วนถัดขึ้นมาคือส่วนที่ 2 หนาประมาณ 300 – 400 เซนติเมตร มีลักษณะคล้ายเสา ประกอบด้วยเม็ดทรายหยาบถึงหยาบมาก บางครั้งเรียกเป็นชั้นหินกรวดมนขนาดเล็ก ประกอบด้วยเม็ดทรายหลายๆ ชนิดเช่น เม็ดควอรตซ์ เม็ดหินภูเขาไฟ และเม็ดหินเชิร์ต ในหินชั้นนี้มีความคงทนน้อยกว่าชั้นฐาน ส่วนบนสุดมีลักษณะเป็นแผ่นคล้ายร่ม ประกอบด้วยหินทรายเป็นส่วนใหญ่และแสดงเป็นชั้นค่อนข้างดี มีทั้งชั้นทรายและทรายละเอียดแทรกสลับเห็นได้ชัดเจน ความหนาประมาณ 100 – 120 เซนติเมตร และมีความคงทนมาก
การเกิดเสาเฉลียง
สืบเนื่องมาจากอิทธิพลของแรงจากภายนอกมากระทำ หรือในบางครั้งอาจเกิดจากการขยายตัวและหดตัวเมื่อถูกอากาศร้อนในเวลากลางวัน และอากาศเย็นในเวลากลางคืน ทำให้ชั้นหินทั่วไปเกิดรอยแตกและรอยแยกขึ้น อาจจะมีตั้งแต่สองแนวขึ้นไป ซึ่งขนาดของรอยแตกเหล่านี้ขึ้นอยู่กับขนาดของแรงที่มากระทำ แนวแตกมักจะเป็นแนวที่มีความทนทานต่อการกัดกร่อนทางธรรมชาติในระดับต่ำ ดังนั้น ในเวลาต่อมา แนวเหล่านี้จึงกลายเป็นแนวทางน้ำไหล ก่อให้เกิดการกัดเซาะทั้งในแนวดิ่งและแนวราบ ชั้นหินที่ว่าแข็งแกร่งก็จะถูกกัดกร่อนและกัดเซาะทีละน้อย ๆ เป็นเวลานานนับเป็นเวลาแสนปี ล้านปี ส่วนที่ถูกกัดเซาะจะถูกทำลายและพัดพาออกไป ส่วนที่แข็งจะยังคงเหลืออยู่ทำให้ได้ลักษณะเป็น เสาเฉลียง ขึ้น
แผนที่ธรณีวิทยาและแผนที่เส้นทาง




