Home > FAQs
FAQs
ข้อมูลธรณีสัณฐานใต้ดินนั้น กรมทรัพยากรธรณีมีข้อมูลบินสำรวจสนามแม่เหล็กของไทยทั้งประเทศ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวได้ถูกนำมาแปลความหมายทางด้านธรณีวิทยาแสดงขอบเขต และชนิดหินทั้งใต้ดินและบนผิวดิน และยังแสดงโครงสร้างทางธรณี เช่นแนวรอยเลื่อนต่าง ๆ อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีข้อมูลธรณีสัณฐานใต้ดินที่ทำการสำรวจบนผิวดินด้วยวิธีธรณีฟิสิกส์ เป็นรายพื้นที่ เช่นสำรวจลักษณะธรณีวิทยาและโพรงเกลือใต้ดินอีสาน การสำรวจหาทรัพยากรแร่ เป็นต้น ข้อมูลธรณีสัณฐานใต้ดินอีกส่วนหนึ่ง เข้าใจว่าเป็นข้อมูลสำรวจของพื้นที่ทั้งประเทศ ได้จากการสำรวจธรณีฟิสิกส์ และข้อมูลเจาะสำรวจเพื่อหาชั้นน้ำบาดาล ซึ่งข้อมูลทั้งหมดทางกรมทรัพยากรธรณีได้โอนไปให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลแล้ว http://www.dgr.go.th ข้อมูลธรณีสัณฐานใต้ดิน จะหาได้อีกแห่งหนึ่งคือข้อมูลที่ได้จากการสำรวจหาแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ http://www.dmf.go.th ในส่วนข้อมูลความลึกความตื้นของหน้าดิน ลองติดต่อดูที่กรมพัฒนาที่ดิน www.ldd.go.th สำหรับภาพถ่ายดาวเทียมนั้นให้ข้อมูลเฉพาะบนผิวดิน ไม่สามารถบ่งบอกถึงธรณีสัณฐานใต้ดิน
แผ่นเปลือกโลกยูเรเชีย (Eurasian plate) ประเทศไทยตั้งอยู่ทางตอนใต้ของยูเรเชียเพลต
จริงๆ แล้ว Resistivity Survey เป็นการสำรวจทางธรณีฟิสิกส์ที่ต้องการหาค่าความต้านทานไฟฟ้าของชั้นดิน (อาจต้องการทราบค่าในแนวดิ่งหรือลึกซึ่งจะมีชั้นดินชั้นหินที่มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน หรืออาจต้องการทราบในแนวราบ) คงไม่จำเป็นที่จะต้องไปหักล้างค่ากระแสไฟฟ้าสถิตอะไรเลย การใช้กระแสไฟฟ้าตรงก็เพราะทิศทางการไหลเป็นทิศทางเดียวและมีค่ากระแสคงที่ตลอดระยะเวลาที่ปล่อยกระแส ส่วนกระแสไฟฟ้าสลับทิศทางจะสลับไปมาและเกิดเฟสตามระยะเวลาที่ปล่อย ในการสำรวจเราต้องการทราบค่าความต้านทานไฟฟ้า (R) โดยทั่วไปถ้าเราต้องการทราบค่า R ก็ใช้โอห์มมิเตอร์วัด แต่นี่เราต้องการทราบค่าชั้นดินหินที่ลึกลงไปใต้ดิน ไม่สามารถวัดค่าได้จากเครื่องโอห์มิเตอร์ ก็เลยประยุกต์โดยอาศัยหลักการเบื้องต้นของไฟฟ้าคือ V=IR ต้องการทราบค่า R ก็คือ R=V/I (V คือความต่างศักย์ไฟฟ้า I คือกระแสไฟฟ้าหรือแรงดันไฟฟ้า) ดังนั้นจึงไม่ต้องคิดประดิษฐ์เครื่องมือที่ยุ่งยากซับซ้อนหรือใหญ่โตอะไร
ถ้าใช้ประโยชน์เป็นหินประดับ คือเป็นแผ่นๆ ปูพื้นหรือผนัง เพื่อความสวยงาม คงไม่มีเกรด เพราะการใช้ประโยชน์แบบนี้เอาความสวยงาม ถูกใจเจ้าของเป็นหลัก และความถูกใจนี้ย่อมแตกต่างกันออกไป บางคนชอบสีขาว บางคนชอบออกชมพู หรือบางคนชอบที่เป็นลวดลาย แต่โดยทั่วไปหินอ่อนสีขาวจะได้รับความนิยมค่อนข้างสูง ส่วนหนึ่งเป็นอิทธิพลของสีหินอ่อนของแหล่งที่มีชื่อเสียงในอิตาลี ราคาของสีขาวเนื้อสม่ำเสมอจึงมักแพงกว่าสีอื่น แต่ช่วงหลังมานี้ สีดำสนิทเลยก็มีคนนิยมมากเหมือนกัน นอกจากใช้ในงานก่อสร้างอย่างที่ว่าแล้ว เราสามารถใช้หินอ่อนเป็นตัวเติมในกระดาษ สี ยาง พลาสติก หรือใช้เป็นสารตั้งต้นของเคมีภัณฑ์หลายตัว คือพวกที่มีธาตุแคลเซียมนั่นแหละ ใช้ผสมในอาหารสัตว์ก็ได้ เพิ่มเพิ่มธาตุแคลเซียมให้กระดูกและการสร้างเปลือก การนำไปใช้งานเหล่านี้ หลายกรณี สามารถใช้เศษหิน หรือผงที่เกิดในกระบวนการตัด ขัด แต่ง หินอ่อนที่เป็นหินประดับนั่นแหละ ทำให้สามารถลดปริมาณของเสียได้เป็นอย่างดี และยังมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย
แอนทราไซด์ (Anthracite) เป็นถ่านหินที่มีคุณภาพดีที่สุด มีสีน้ำตาลอ่อนๆ มันวาว มีความแข็งมาก มีอายุในการเกิดขึ้นมานานมากที่สุดคือมากกว่า 200 ล้านปีขึ้นไป มีกากหรือเถ้าน้อยที่สุดถึงไม่มีเลย หากมีเถ้าจะจับตัวกันไม่ฟุ้งกระจาย เป็นถ่านหินที่ให้ค่าความร้อนสูงสุด มีเปอร์เซ็นต์คาร์บอน 80 % ขึ้นไป นอกจากนั้นเป็นสารประกอบอื่นๆ อีกเล็กน้อย มีปริมาณความชื้นต่ำมาก ติดไฟยากแต่เมื่อติดไฟแล้วจะมีระยะเวลาการเผาไหม้ยาวนานมีเปลวและควันน้อยมากปกติใช้ผลิตไอน้ำ และให้ความร้อน
ภาคเหนือพบที่ อ.เมือง อ. แม่ริม จ. เชียงใหม่ อ.แม่ทะ จ. ลำปาง ภาคตะวันออกพบที่ อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ภาคใต้พบที่ อ.เวียงสระ จ.สุราษฎร์ฯ อ.ฉวาง พิปูน จ. นครศรีธรรมราช บอลล์เคยล์ในทางการค้า หมายถึงดินอะไรก็ได้ ที่สามารถใช้ในอุตสาหกรรมเซรามิคได้ บอลเคลย์ในทางวิชาการหมายถึงแร่อุตสาหกรรมชนิดหนึ่งที่มีเนื้อละเอียดมาก มีสีเทาเข้มถึงดำ ประกอบด้วยแร่ดินชนิดเคโอลิไนต์ เป็นแร่เด่น อาจมีแร่ดินตัวอื่น ๆ เช่น อิลไลต์ หรือมอนต์มอริลโลไนต์ และควอตซ์ ปะปนบ้าง ที่สำคัญคือมีอินทรียสารปนในเนื้อ การที่มีเนื้อละเอียดมากและมีอินทรียสารปนทำให้มีความเหนียวดีมาก การใช้ประโยชน์ที่สำคัญคือเป็นวัตถุดิบหลักในอุตสาหกรรมเซรามิก ทำให้ผลิตภัณฑ์สามารถคงรูปอยู่ได้ ไม่พับงอ หรือบิดเบี้ยว ในเนื้อดินที่ปั้นทั่วไป จะมีดินขาวและบอลเคลย์รวมกันอยู่ประมาณ 70-75 % สัดส่วนของทั้งสองตัวจะมากหรือน้อยขึ้นกับคุณภาพของดินในแต่ละแหล่ง วัตถุดิบที่เหลือจะเป็นเฟลด์สปาร์และควอตซ์ เมื่อนำชิ้นงานไปเผา อินทรียสารที่ปนอยู่จะระเหิดไปหมด ทำให้ชิ้นงานมีสีขาว หรือเหลืองอ่อน ๆ ส่วนในน้ำยาเคลือบเซรามิกและเครื่องปั้นดินเผาอื่น ๆ ก็จะมีบอลเคลย์อยู่ประมาณ 20-40 % แหล่งดินบอลเคลย์ใหญ่ในเมืองไทยปัจจุบันคือ แหล่งแม่ทาน อำเภอสบปราบ จังหวัดลำปาง ผลิตได้300,000-400,000 ตันต่อปี รองลงมาเป็นที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย และอำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีปริมาณการผลิตประมาณ 20,000-30,000 ตันต่อปี ปริมาณการผลิตในประเทศถือว่าเพียงพอสำหรับอุตสาหกรรมต่อเนื่อง แต่ในผลิตภัณฑ์บางชนิด อาจต้องสั่งบอลเคลย์คุณภาพพิเศษเข้ามาจากประเทศอังกฤษในปริมาณเล็กน้อย
พิจารณาจากคุณสมบัติที่สำคัญ 3 ประการที่กล่าวข้างตัน คือ มีความสวยงาม ทนทาน และหาได้ยาก แร่ในธรรมชาติมีมากกว่า 2,000 ชนิด แต่จัดเป็นแร่รัตนชาติเพียง 90 ชนิด และมีเพียง 20 กว่าชนิดเท่านั้นที่ถือว่าเป็นรัตนชาติที่มีความสำคัญที่ได้รับความนิยมในตลาดอุตสาหกรรม
Calcite คือ Calcium carbonate เป็นส่วนประกอบหลักของหินปูน ซึ่งมีประโยชน์มากมาย ที่สำคัญๆเช่น ทำซีเมนต์ ปูนขาว อุตสาหกรรมเคมี อุตสาหกรรมแก้ว อุตสาหกรรมกระดาษ การก่อสร้างตกแต่ง ใช้ในการกำจัดของเสีย เป็นต้น
accelerometer เป็นเครื่องมือที่มีจุดประสงค์ในการตรวจวัดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ โดยมากจะติดตั้งบริเวณขอบสันเขื่อน ในประเทศไทยเท่าที่ทราบก็มีการติดตั้งอยู่หลายเขื่อน ลองตรวจสอบข้อมูลจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิต หรือกรมชลประทาน
ญี่ปุ่น ใต้หวัน อินโดเนียเซีย เนื่องจากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดแผ่นดินไหวขั้นสูง
มีโอกาสเกิดขึ้นอีก เพราะเป็นพื้นมี่ที่ตั้งอยู่บนรอยรอยเลื่อนซึ่งมีโอกาสเคลื่อนตัว
การแจ้งข่าวแผ่นดินไหวในประเทศไทย เป็นหน้าที่ของกรมอุตุนิยมวิทยา ซึ่งหน่วยงานนี้ได้ติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดแผ่นดินไหวทั่วทั้งประเทศไทย ที่ได้มาตรฐานเหมือนประเทศอื่นๆ อย่างเช่น สหรัฐอเมริกา โดยปกติแล้วการวิเคราะห์ข้อมูลแผ่นดินไหวให้มีความถูกต้องมากๆ นั้น ต้องรวบรวมข้อมูลจากสถานีต่างๆ โดยรอบศูนย์เกิดแผ่นดินไหวให้มากสถานี มาประมวลผล
ศูนย์สำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา มีหลายประเทศเป็นภาคีสมาชิกรวมทั้งประเทศไทย ที่ต้องแลกเปลี่ยนข้อมูลแผ่นดินไหวที่แต่ละประเทศตรวจวัดได้ให้แก่กันและกัน
กรมทรัพยากรธรณีได้ทำการสำรวจสภาพชายฝั่งพบว่าบริเวณชายฝั่งรอบอ่าวไทยมีการเปลี่ยนแปลงทั้งในส่วนของการกัดเซาะประมาณ 29 เปอร์เซนต์ของระยะความยาวทั้งหมด 1,700 กิโลเมตร โดยพบในทุกจังหวัดรอบอ่าวไทย ( 17 จังหวัด) และพบชายฝั่งทะเลที่มีการสะสมตัวเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 7 เปอร์เซนต์ สาเหตุหลักได้แก่กระบวนการทางธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์ ที่สำคัญได้แก่ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่มีผลต่อความรุนแรงของคลื่นเพิ่มมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลที่มีแนวโน้มสูงขึ้น การทรุดตัวของพื้นดินบริเวณชายฝั่งทะเล ปริมาณของตะกอนที่ไหลจากแผ่นดินสู่ชายฝั่งทะเลลดลง และกิจกรรมของมนุษย์ทั้งการตั้งบ้านเรือนและการใช้ประโยชน์พื้นที่อื่นๆเช่นเพื่อการอุตสาหกรรม การทำนากุ้งหรือการบุกรุกป่าชายเลน
แนวทางแก้ไขระยะสั้นได้แก่การสร้างโครงสร้างป้องกันทางวิศวกรรมที่เหมาะสม ระยะยาวจำเป็นต้องมีแผนการบริหารจัดการพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่เหมาะสม และมีมาตรการหรือกฎหมายใช้ควบคุมการพัฒนาพื้นที่ไม่ให้มีผลกระทบกับสภาพแวดล้อมชายฝั่งทะเล รายละเอียดของการศึกษาการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งของประเทศไทยสามารถมาดูได้จากรายงานวิชาการของกรมทรัพยากรธรณีที่จัดพิมพ์เผยแพร่แล้ว ได้ที่ห้องสมุดกรมทรัพยากรธรณี หรือที่กองธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณี
สาเหตุของการกัดเซาะชายฝั่งที่ทำให้เกิดการพังทลายโดยทั่วไปนั้น ประกอบด้วย 1. สาเหตุตามธรรมชาติ คือ การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล การพังทลายของหน้าผาลดลง ทำให้ปริมาณตะกอนทดแทนมีปริมาณน้อย ปริมาณตะกอนจากทะเลที่พัดพาเข้าสู่ฝั่งลดลง คลื่นลมรุนแรงผิดปกติ กระแสน้ำมีการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ ทิศทางของคลื่นเปลี่ยนแปลง และปริมาณฝนตกที่มากกว่าปกติ 2. สาเหตุจากการกระทำของมนุษย์ที่ทำให้เกิดการพังทลายของชายฝั่ง ประกอบด้วย 2.1 การสร้างเขื่อนหรือฝายกั้นแม่น้ำ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการพังทลายของชายฝั่งทะเล เนื่องจากตะกอนที่จะมาทับถมมีปริมาณน้อยลง เพราะตะกอนถูกกักไว้ที่เขื่อนหรือฝาย รวมถึงการดูดทรายในแม่น้ำเพื่อใช้ในการก่อสร้างและเพื่อการถมที่ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ตะกอนที่ลงสู่ทะเลมีปริมาณน้อยลง 2.2 การสร้างกำแพงกันคลื่น (Seawall) เขื่อนดักตะกอน (Groin) เขื่อนหินทิ้ง (Revetment) และแนวหินทิ้ง (Riprap) ในบริเวณหนึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ใกล้เคียงได้ เช่น อาจเกิดการกัดเซาะพื้นที่ชายฝั่งบริเวณท้ายน้ำ เนื่องจากตะกอนที่เคยพัดมาสะสมถูกดักและตกตะกอนอยู่ที่เขื่อนดักตะกอน นอกจากนั้นการก่อสร้างถาวรวัตถุเพื่อการป้องกันชายฝั่งดังที่กล่าวมา ทำให้ ความลาดชันของชายหาดสูงขึ้น ซึ่งเป็นการเร่งให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งมากขึ้น 2.3 การก่อสร้างกำแพงปากแม่น้ำ (Jetty) ทำให้ตะกอนถูกส่งออกไปไกลจากบริเวณชายฝั่งมากกว่าปกติ ทำให้ตะกอนสูญเสียออกไปจากระบบ ส่งผลให้ปริมาณตะกอนที่ตกทับถมบริเวณชายหาดมีน้อยลง และขัดขวางการพัดพาของตะกอนในแนวเข้า-ออกฝั่ง ก่อให้เกิดการพังทลายของชายฝั่ง นอกจากนี้การขุดลอกร่องน้ำนำตะกอนปากแม่น้ำไปทิ้งยังบริเวณอื่นก็เป็นการลดปริมาณของตะกอนที่ควรจะสะสมตัวตามธรรมชาติ 2.4 การก่อสร้างท่าเทียบเรือบริเวณชายฝั่ง ทำให้เกิดร่องน้ำลึก (ช่องทางเดินเรือ) ที่ขวางกั้นการไหลของตะกอนบริเวณชายฝั่ง รวมถึงสิ่งก่อสร้างบริเวณท่าเรือ เช่น สะพานเทียบเรือ ท่อขนถ่ายสินค้า ก็เป็นสิ่งกีดขวางการพัดพาของกระแสน้ำ และตะกอนบริเวณชายฝั่ง และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของทิศทางคลื่นอีกด้วย 2.5 การถมสร้างชายหาดเทียม (Beach Nourishment) ซึ่งต้องมีการขุดทรายในทะเลจากสถานที่หนึ่งมาถมในบริเวณชายหาด ทำให้เกิดหลุมลึก ซึ่งเป็นการเร่งให้เกิดการไหลของตะกอนมาเติมเต็มในหลุม และมีผลต่อเนื่องถึงการพังทลายของชายฝั่งบริเวณใกล้เคียง
ไดโนเสาร์พบเฉพาะในชั้นหินที่มีช่วงอายุ 220-65 ล้านปี หรือมหายุค มีโซโซอิก ชั้นหินที่มีช่วงอายุดังกล่าวในประเทศไทยพบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และแผ่เข้าไปในภาคเหนือ ตะวันออก และภาคใต้บ้าง โปรดดูรายละเอียดในแผนที่ธรณีวิทยาประเทศไทย โดยเฉพาะในบริเวณชั้นแถบสีฟ้าอ่อน และสีฟ้าแก่ สัญลักษณ์ Kpw และ Ksk ซึ่งเป็นชั้นที่พบซากไดโนเสาร์หรือร่องลอยของไดโนเสาร์มากที่สุด รวมทั้งให้ดูชั้นสีที่อยู่ติดกันด้วย สำหรับภาคใต้ให้สนใจ บริเวณพื้นที่สีออกเขียว สัญลักษณ์ Jk1 โดยแผนที่หาดูได้ที่ สำนักธรณีวิทยา อาคารพิพิธภัณน์และวิจัย กรมทรัพยากรธรณี ถนนพระราม 6 เขตราชเทวี กทม.
ติดต่อสอบถามได้ที่สำนักธรณีวิทยา
ช่วงยุคดีโวเนียนได้ชื่อว่าเป็นยุคของปลา เพราะมีความหลากหลายมาก ส่วน Dinosaur พบในช่วงมหายุค Mesozoic โดยเริ่มตั้งแต่ Triassic-Cretaceous สูญพันธุ์เมื่อปลายยุค Cretaceous ซึ่งหากคุณไปอ่านที่ Http://Www.Prehistory.Com/Timeline/Devonian.Htm จะไม่ได้บรรยายถึง Dinosaur เลย
Family Spinosauridae ประกอบด้วย Genus ดังนี้ Spinosaurus Irritator Suchomimus Acrocanthosaurus Altispinax และ Siamosaurus Baryonyx ก็ถูกจัดให้เป็นพวก Spinosaurid แต่ปัจจุบันดูเหมือนว่านักวิจัยกำลังจะแยก Baryonyx ออกมาเป็นวงศ์ใหม่ต่างหากหลังจากพบหลักฐานมากขึ้น Siamosaurus ถูกจัดให้เป็น Spinosaurid จึงแตกต่างจาก Baryonyx อย่างแน่นอน Spinosauridae เป็นกลุ่มของไดโนเสาร์ขนาดใหญ่มีหัวคล้ายจระเข้ มีฟันเป็นรูปกรวยเรียบหรืออาจมีซี่ฟันเลื่อยเล็กๆก็ได้ ฟันของ Siamosaurus ที่พบที่ภูเวียงมีลักษณะเข้าข่าย Spinosaurid อย่างแน่นอน แต่โปรด Keep In Mind ว่า Taxonomy มีการ Revise อยู่เรื่อยๆเมื่อมีหลักฐานเพิ่มขึ้น
1. มีการสงวน การอนุรักษ์ การใช้ประโยชน์และการฟื้นฟูทรัพยากรธรณี 2. มีองค์ความรู้ แหล่งเรียนรู้และการบริการความรู้ด้านธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณีที่มีคุณภาพแก่ประชาชนอย่างทั่งถึง 3. มีข้อมูลฐานธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณีเพื่อการบริหารจัดการและการมีส่วนร่วมของประชาชน
องค์กรหลักที่ได้รับความเชื่อมั่นในด้านวิชาการและบริหารจัดการทรัพยากรธรณี โดยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน
1. ปรับเปลี่ยนกระบวนการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสงวน อนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ 2. พัฒนาแหล่งเรียนรู แหล่งนันทนาการ กระบวนการเรียนรู้ และเพิ่มเติมภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง 3. เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารการบริการประชาชนให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ทันสมัย
สงวน อนุรักษ์ ฟื้นฟูและบริหารจัดการด้านธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี โดยการสำรวจตรวจสอบสภาพธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี การประเมินศักยภาพ แหล่งทรัพยากรธรณี การกำหนด กำกับดูแลเขตพื้นที่สงวนและอนุรักษ์ทรัพยากรธรณี เพื่อการพัฒนาทรัพยากรธรณี คุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมอย่างยั่งยืน
แผนที่ธรณีวิทยาเป็นแผนที่ชนิดหนึ่งที่มีข้อมูลทางธรณีวิทยาปรากฏอยู่ เช่นโครงสร้างทางธรณี ได้แก่ แนวรอยเลื่อน รอยคดโค้ง ลักษณะการวางตัวของชั้นหิน ข้อมูลของชนิด และหน่วยหินต่างๆ เป็นต้น โดยทั่วไปมักจะมีข้อมูลภูมิประเทศเป็นพื้น (Background) อยู่ด้าย มาตราส่วน 1:250000 หมายความว่า ในแผนที่ 1 เซนติเมตร เท่ากับพื้นที่จริง 250,000 เซนติเมตร
แผนที่ธรณีวิทยา แผนที่ดิจิตอลธรณีวิทยา (แผ่น CD) ติดต่อสอบถาม หรือซื้อได้ที่ ส่วนประชาสัมพันธ์ กรมทรัพยากรธรณี แผนที่ธรณีฟิสิกส์ทางอากาศ และแผนที่ดิจิตอลธรณีฟิสิกส์ทางอากาศ ติดต่อสอบถามที่กองเทคโนโลยีธรณี กรมทรัพยากรธรณี ทั้งนี้สามารถเข้าไปดูรายการแผนที่ต่างๆ ที่ Www.Dmr.Go.Th เข้าไปที่บริการของเราจะมีรายการแผนที่ที่มีจำหน่าย
กรมทรัพยากรธรณีจะดำเนินการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารให้มากขึ้น โดยเมื่อเจ้าหน้าที่ออกปฏิบัติงานภาคสนามจะให้นำเอกสารเผยแพร่ของกรมทรัพยากรธรณี ไปแจกจ่ายตาม อบต. ผู้นำชุมชน หรือชาวบ้านโดยตรงต่อไป
ข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ เฉพาะทางด้านธรณีวิทยาและทรัพยากรธรณี ติดต่อได้ที่ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ความจริงธรณีวิทยาเป็นข้อมูลพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาประเทศในหลายๆ ด้าน ในที่นี้ขอยกตัวอย่างหน่วยงานและบริษัทต่างๆ ที่มีนักธรณีวิทยาประจำการอยู่ในปัจจุบัน ดังนี้ 1) ด้านวิชาการสำรวจธรณีวิทยาและแหล่งแร่ ได้แก่ กรมทรัพยากรธรณี กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ บริษัทปูนซิเมนซ์ไทย บริษัทปูนซิเมนซ์นครหลวง 2) ด้านวิชาการธรณีวิทยาและที่ดิน ได้แก่ กรมพัฒนาที่ดิน 3) ด้านสำรวจแหล่งถ่านหิน ได้แก่ บริษัทกฟผ. บริษัทเหมืองบ้านปู ด้านสำรวจฐานรากเขื่อน ได้แก่ บริษัทกฟผ. กรมชลประทาน 4) ด้านธรณีวิศวกรรมฐานราก ได้แก่ กรมทางหลวง บริษัทอิตัลไทย และ กฟผ. 5) ด้านสำรวจแหล่งน้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ ได้แก่ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ บริษัทปตท.สผ. บริษัทยูโนแคล บริษัทเชลล์ บริษัทชลัมเบอร์เจ 6) ด้านวิชาการสำรวจน้ำบาดาล ได้แก่ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล
จะได้ 1. ข้อมูล พื้นที่เสี่ยงภัย (แผ่นดินไหว /ไถล/ถล่ม/ยุบ) 2. ข้อมูล ใช้วางแผน พัฒนาเมือง เช่น เลือกที่ฝังกลบขยะ (น้ำไม่ไหลซึมผ่าน) การก่อสร้างขนาดใหญ่ รถไฟฟ้าใต้ดิน ตึกสูง เขื่อน (ชั้นหิน รอยเลื่อน) 3.พื้นที่ใช้ประโยชน์ ทรัพยากรธรณี (ในการ สงวน อนุรักษ์ อนุญาต) เช่น เพื่อการเกษตร แหล่งท่องเที่ยว ไดโนเสาร์ อุตสาหกรรม (เพื่อความโปร่งใส ตามหลัก Good Governance) 4.ใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรณี คุ้มค่า คุ้มกับเป็นสมบัติแผ่นดิน (หลักความคุ้มค่า ตามหลัก Good Governance ?) กรณี E-Government ทธ. คงจะมี ระบบ ITC ที่ดี ในการพัฒนาข้อมูลทรัพยากรธณี การพัฒนาประสิทธิภาพภายในองค์กร (Back Office) สนับสนุนการตัดสินใจผู้บริหาร และพัฒนาระบบบริการ ประชาชน (Front Office) นำไปสู่การพัฒนาปรับปรุงระบบบริหารราชการ ก้าวสู่ Good Governance ต่อไป ในเร็ว ๆ นี้
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กรมทรัพยากรธรณี ตั้งอยู่บนถนนพระราม 6 เขตพญาไท ติดกับ ร.พ.สงฆ์ เยื้อง ๆ กับ มหาวิทยาลัยมหิดล และกระทรวงการต่างประเทศ อยู่ในรั้วเดียวกันกับกระทรวงอุตสาหกรรม ถ้ามาจากอนุเสาวรีย์ มีรถโดยสารของ ขสมก. สาย 8 92 97 ผ่านด้านหน้า
ใช้ Airater และ Filter Airater เป็นเครื่องทำให้สนิมเหล็กตกตะกอน โดยการทำน้ำให้เป็นฝอย (ปกติใช้ฝักบัว) จะทำให้น้ำซึ่งมีสารละลายของเหล็ก ทำปฏิกิริยากับออกซิเจน ได้สนิมเหล็ก (Fe2O3) และ (Fe3O4) ซึ่งจะตกตะกอน จากนั้นให้ผ่าน Filter ซึ่งจะเป็นถังกลม ภายในใส่ชั้นกรวด ชั้นทราย และชั้นถ่าน เพื่อกรองสนิมเหล็ก โดยมีถ่านดูดกลิ่น ทั้งหมดเป็นเพียงหลักการ ต้องนำไปประยุกต์ออกแบบให้ดี โดยใช้วัสดุในท้องถิ่น ที่สำคัญต้องบำรุงรักษา โดยการล้างบ่อยๆ
เพราะว่าการใช้วิธี Resist นั้น สามารถบอกค่า ความต้านทานของ ตัวกลางได้ เช่น ถ้าใน Subsurface นั้นมีน้ำบาดาลอยู่ ค่าที่ออกมาจากกราฟนั้นจะมีค่า Resist ที่ต่ำ หรือ Low Anomaly เพราะว่าน้ำนั้นมีค่าความนำไฟฟ้าสูง จึงทำให้ทราบว่ามีชั้นน้ำบาดาลอยู่
หลังจากเจาะและพัฒนาบ่อแล้ว ต้องสูบทดสอบเพื่อทราบปริมาณน้ำที่บ่อบาดาลสามารถให้น้ำได้ ซึ่งในขั้นตอนนี้ก็จะมีการทดสอบคุณภาพของน้ำ ผลของการวิเคราะห์ดังกล่าวจะทำให้เรารู้ว่ามีอะไรละลายอยู่ในน้ำบ้าง จำนวนมากน้อยเพียงใด ซึ่งจะทำให้ได้ข้อสรุปว่าสามารถนำไปอุปโภค หรือบริโภคได้หรือไม่ (น้ำบาดาลบางบ่อนำไปใช้ได้ แต่ดื่มไม่ได้) หรือถ้าจำเป็นจะต้องปรับปรุงคุณภาพน้ำอย่างไร
1. โดยธรรมชาติ องค์ประกอบของแร่ธาตุในชั้นหิน/ดิน การเปลี่ยนแปลงระดับน้ำบาดาลตามฤดูกาล การหนุนเนื่องและการถอยร่นของน้ำทะเล เป็นต้น 2. โดยมนุษย์ จากการเพาะปลูก การใส่ปุ๋ย พ่นยาฆ่าแมลง โรงงานอุตสาหกรรม การทำเหมืองแร่ ทิ้งขยะ ของเสีย การทำลายป่าไม้ และผลกระทบสิ่งแวดล้อมอันเนื่องมาจากมนุษย์อื่นๆ เป็นต้น
กรมทรัพยากรธรณี
We firmly believe that the internet should be available and accessible to anyone, and are committed to providing a website that is accessible to the widest possible audience, regardless of circumstance and ability.
To fulfill this, we aim to adhere as strictly as possible to the World Wide Web Consortium’s (W3C) Web Content Accessibility Guidelines 2.1 (WCAG 2.1) at the AA level. These guidelines explain how to make web content accessible to people with a wide array of disabilities. Complying with those guidelines helps us ensure that the website is accessible to all people: blind people, people with motor impairments, visual impairment, cognitive disabilities, and more.
This website utilizes various technologies that are meant to make it as accessible as possible at all times. We utilize an accessibility interface that allows persons with specific disabilities to adjust the website’s UI (user interface) and design it to their personal needs.
Additionally, the website utilizes an AI-based application that runs in the background and optimizes its accessibility level constantly. This application remediates the website’s HTML, adapts Its functionality and behavior for screen-readers used by the blind users, and for keyboard functions used by individuals with motor impairments.
If you’ve found a malfunction or have ideas for improvement, we’ll be happy to hear from you. You can reach out to the website’s operators by using the following email
Our website implements the ARIA attributes (Accessible Rich Internet Applications) technique, alongside various different behavioral changes, to ensure blind users visiting with screen-readers are able to read, comprehend, and enjoy the website’s functions. As soon as a user with a screen-reader enters your site, they immediately receive a prompt to enter the Screen-Reader Profile so they can browse and operate your site effectively. Here’s how our website covers some of the most important screen-reader requirements, alongside console screenshots of code examples:
Screen-reader optimization: we run a background process that learns the website’s components from top to bottom, to ensure ongoing compliance even when updating the website. In this process, we provide screen-readers with meaningful data using the ARIA set of attributes. For example, we provide accurate form labels; descriptions for actionable icons (social media icons, search icons, cart icons, etc.); validation guidance for form inputs; element roles such as buttons, menus, modal dialogues (popups), and others. Additionally, the background process scans all of the website’s images and provides an accurate and meaningful image-object-recognition-based description as an ALT (alternate text) tag for images that are not described. It will also extract texts that are embedded within the image, using an OCR (optical character recognition) technology. To turn on screen-reader adjustments at any time, users need only to press the Alt+1 keyboard combination. Screen-reader users also get automatic announcements to turn the Screen-reader mode on as soon as they enter the website.
These adjustments are compatible with all popular screen readers, including JAWS and NVDA.
Keyboard navigation optimization: The background process also adjusts the website’s HTML, and adds various behaviors using JavaScript code to make the website operable by the keyboard. This includes the ability to navigate the website using the Tab and Shift+Tab keys, operate dropdowns with the arrow keys, close them with Esc, trigger buttons and links using the Enter key, navigate between radio and checkbox elements using the arrow keys, and fill them in with the Spacebar or Enter key.Additionally, keyboard users will find quick-navigation and content-skip menus, available at any time by clicking Alt+1, or as the first elements of the site while navigating with the keyboard. The background process also handles triggered popups by moving the keyboard focus towards them as soon as they appear, and not allow the focus drift outside of it.
Users can also use shortcuts such as “M” (menus), “H” (headings), “F” (forms), “B” (buttons), and “G” (graphics) to jump to specific elements.
We aim to support the widest array of browsers and assistive technologies as possible, so our users can choose the best fitting tools for them, with as few limitations as possible. Therefore, we have worked very hard to be able to support all major systems that comprise over 95% of the user market share including Google Chrome, Mozilla Firefox, Apple Safari, Opera and Microsoft Edge, JAWS and NVDA (screen readers), both for Windows and for MAC users.
Despite our very best efforts to allow anybody to adjust the website to their needs, there may still be pages or sections that are not fully accessible, are in the process of becoming accessible, or are lacking an adequate technological solution to make them accessible. Still, we are continually improving our accessibility, adding, updating and improving its options and features, and developing and adopting new technologies. All this is meant to reach the optimal level of accessibility, following technological advancements. For any assistance, please reach out to