คำถามเกี่ยวกับธรณีวิทยา

ในประเทศไทยมีแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับความลึก ความตื้นของหน้าดินหรือเปล่า หรือภาพถ่ายดาวเทียม แผนที่ ที่เกี่ยวกับสัณฐานใต้ดิน

ข้อมูลธรณีสัณฐานใต้ดินนั้น กรมทรัพยากรธรณีมีข้อมูลบินสำรวจสนามแม่เหล็กของไทยทั้งประเทศ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวได้ถูกนำมาแปลความหมายทางด้านธรณีวิทยาแสดงขอบเขต และชนิดหินทั้งใต้ดินและบนผิวดิน และยังแสดงโครงสร้างทางธรณี เช่นแนวรอยเลื่อนต่าง ๆ อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีข้อมูลธรณีสัณฐานใต้ดินที่ทำการสำรวจบนผิวดินด้วยวิธีธรณีฟิสิกส์ เป็นรายพื้นที่ เช่นสำรวจลักษณะธรณีวิทยาและโพรงเกลือใต้ดินอีสาน การสำรวจหาทรัพยากรแร่ เป็นต้น ข้อมูลธรณีสัณฐานใต้ดินอีกส่วนหนึ่ง เข้าใจว่าเป็นข้อมูลสำรวจของพื้นที่ทั้งประเทศ ได้จากการสำรวจธรณีฟิสิกส์ และข้อมูลเจาะสำรวจเพื่อหาชั้นน้ำบาดาล ซึ่งข้อมูลทั้งหมดทางกรมทรัพยากรธรณีได้โอนไปให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลแล้ว http://www.dgr.go.th ข้อมูลธรณีสัณฐานใต้ดิน จะหาได้อีกแห่งหนึ่งคือข้อมูลที่ได้จากการสำรวจหาแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติที่กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ http://www.dmf.go.th ในส่วนข้อมูลความลึกความตื้นของหน้าดิน ลองติดต่อดูที่กรมพัฒนาที่ดิน www.ldd.go.th สำหรับภาพถ่ายดาวเทียมนั้นให้ข้อมูลเฉพาะบนผิวดิน ไม่สามารถบ่งบอกถึงธรณีสัณฐานใต้ดิน

แผ่นเปลือกโลกของประเทศไทยมีชื่อว่าอะไร

แผ่นเปลือกโลกยูเรเชีย (Eurasian plate) ประเทศไทยตั้งอยู่ทางตอนใต้ของยูเรเชียเพลต

เกี่ยวกับเครื่องและการทำ RESISTIVITY ทำไมเครื่อง สำรวจความต้านทานไฟฟ้าจำเพาะ ถึงใช้แต่ไฟฟ้ากระแสตรง DC ทำไมไม่ใช้ไฟ AC หรือไฟบ้าน สังเกตว่าที่ผลิตออกมานั้นเป็นไฟฟ้า กระแสตรงเกือบทั้งหมด

จริงๆ แล้ว Resistivity Survey เป็นการสำรวจทางธรณีฟิสิกส์ที่ต้องการหาค่าความต้านทานไฟฟ้าของชั้นดิน (อาจต้องการทราบค่าในแนวดิ่งหรือลึกซึ่งจะมีชั้นดินชั้นหินที่มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน หรืออาจต้องการทราบในแนวราบ) คงไม่จำเป็นที่จะต้องไปหักล้างค่ากระแสไฟฟ้าสถิตอะไรเลย การใช้กระแสไฟฟ้าตรงก็เพราะทิศทางการไหลเป็นทิศทางเดียวและมีค่ากระแสคงที่ตลอดระยะเวลาที่ปล่อยกระแส ส่วนกระแสไฟฟ้าสลับทิศทางจะสลับไปมาและเกิดเฟสตามระยะเวลาที่ปล่อย ในการสำรวจเราต้องการทราบค่าความต้านทานไฟฟ้า (R) โดยทั่วไปถ้าเราต้องการทราบค่า R ก็ใช้โอห์มมิเตอร์วัด แต่นี่เราต้องการทราบค่าชั้นดินหินที่ลึกลงไปใต้ดิน ไม่สามารถวัดค่าได้จากเครื่องโอห์มิเตอร์ ก็เลยประยุกต์โดยอาศัยหลักการเบื้องต้นของไฟฟ้าคือ V=IR ต้องการทราบค่า R ก็คือ R=V/I (V คือความต่างศักย์ไฟฟ้า I คือกระแสไฟฟ้าหรือแรงดันไฟฟ้า) ดังนั้นจึงไม่ต้องคิดประดิษฐ์เครื่องมือที่ยุ่งยากซับซ้อนหรือใหญ่โตอะไร

เกรดหินอ่อน และนอกจากใช้ก่อสร้างแล้วใช้ทำอะไรได้อีก หินอ่อนมีเกรดไหม ถ้ามีแบ่งเป็นอะไรบ้าง

ถ้าใช้ประโยชน์เป็นหินประดับ คือเป็นแผ่นๆ ปูพื้นหรือผนัง เพื่อความสวยงาม คงไม่มีเกรด เพราะการใช้ประโยชน์แบบนี้เอาความสวยงาม ถูกใจเจ้าของเป็นหลัก และความถูกใจนี้ย่อมแตกต่างกันออกไป บางคนชอบสีขาว บางคนชอบออกชมพู หรือบางคนชอบที่เป็นลวดลาย แต่โดยทั่วไปหินอ่อนสีขาวจะได้รับความนิยมค่อนข้างสูง ส่วนหนึ่งเป็นอิทธิพลของสีหินอ่อนของแหล่งที่มีชื่อเสียงในอิตาลี ราคาของสีขาวเนื้อสม่ำเสมอจึงมักแพงกว่าสีอื่น แต่ช่วงหลังมานี้ สีดำสนิทเลยก็มีคนนิยมมากเหมือนกัน นอกจากใช้ในงานก่อสร้างอย่างที่ว่าแล้ว เราสามารถใช้หินอ่อนเป็นตัวเติมในกระดาษ สี ยาง พลาสติก หรือใช้เป็นสารตั้งต้นของเคมีภัณฑ์หลายตัว คือพวกที่มีธาตุแคลเซียมนั่นแหละ ใช้ผสมในอาหารสัตว์ก็ได้ เพิ่มเพิ่มธาตุแคลเซียมให้กระดูกและการสร้างเปลือก การนำไปใช้งานเหล่านี้ หลายกรณี สามารถใช้เศษหิน หรือผงที่เกิดในกระบวนการตัด ขัด แต่ง หินอ่อนที่เป็นหินประดับนั่นแหละ ทำให้สามารถลดปริมาณของเสียได้เป็นอย่างดี และยังมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย

เกณฑ์ที่ใช้ในการจำแนกหินตะกอน หินอัคนี และหินแปร

จำแนกโดยใช้แว่นขยายส่องดูเนื้อหินเหมือนส่องดูพระเครื่อง 1)หินตะกอน สามารถแยกเห็นเป็นเม็ดกลมหรือเหลี่ยม มีการเชื่อมประสานด้วยตะกอนขนาดเล็ก 2)หินอัคนี เนื้อหินจะประสานกันสนิทแน่นเป็นเนื้อเดียวกัน เรียกเป็น interlocking grain เนื่องจากมีความร้อนมาเกี่ยวข้อง 3)หินแปร เกิดจากหินทุกชนิดที่ถูกความร้อนและแรงกดทับทำให้เนื้อหินมีแถบเส้น เม็ดตะกอนถูกแรงกดทับจนแบน หรือมีความลื่นความมัน

อุกกาบาตคืออะไร แล้วที่ว่าตกลงมาบนโลกนี้ มีความบ่อยครั้งแค่ไหน แล้วอุกกาบาต จัดว่าเป็นหินหรือดินประเภทไหน

วัตถุนอกโลก (meteoloid) มีโอกาสหลุดเข้ามาในชั้นบรรยากาศของโลกได้มากทีเดียว (meteor) ส่วนใหญ่จะลุกไหม้เป็นไฟมีทางยาวที่เรียกกันว่าผีพุ่งไต้ (shooting star) มักจะลุกไหม้จนหมดก่อนถึงผิวโลก และพบว่ามีเปอร์เซนต์ถึงผิวโลกได้น้อย นับเป็นสิ่งที่ดีที่โลกของเรามีชั้นบรรยายคอยปกป้องวัตถุนอกโลก บนดวงจันทร์ ดาวอังคาร หรือดาวดวงอื่นๆที่ไม่มีชั้นบรรยากาศ พื้นผิวจะเป็นหลุมเป็นบ่อด้วยการกระแทกของอุกาบาตนี้ นอกจากนี้แล้ว อุกาบาตที่หล่นลงบนผิวโลก ส่วนใหญ่หล่นลงทะเล (พื้นที่น้ำทะเลประมาณ 2 ใน 3 ของพื้นผิวโลก) นอกจากนี้อาจตกลงในป่า หรือสถานที่อื่นใดที่ห่างไกลจากชุมชน โอกาสที่มนุษย์จะได้เห็นอุกาบาตหล่นต่อหน้าต่อตาจึงถือว่าน้อย อุกาบาตมี 5 ประเภทตามลักษณะองค์ประกอบ คือ 1. Iron – ประกอบด้วยเหล็กและนิเคิล 2. Stony iron – เป็นส่วนผสมระหว่างเหล็กและหิน 3. Chondrite – มีองค์ประกอบเหมือนชั้นแมนเทิลและเปลือกโลกบนพื้นทวีป 4. Carbonaceous chondrite – เหมือนองค์ประกอบของดวงอาทิตย์ 5. Achondrite – มีองค์ประกอบคล้ายหินบะซอลท์ เชื่อว่ามีแหล่งกำเนิดมาจากดวงจันทร์และดาวอังคาร

อัตราการทรุดตัวของพื้นที่สมุทรปราการฝั่งพระประแดง ต่อปีในช่วง 5-10 ปี ประมาณกี่เซนติเมตร

อัตราการทรุดตัวบริเวณสมุทรปราการฝั่งพระประแดง 5-10 ซม./ปี และฝั่งปากน้ำมีตั้งแต่ 5-10 ซม./ปี และมากกว่า 10 ซม./ปี

อยากได้ตัวอย่างแร่และหินควรทำอย่างไร

ติดต่อที่ พิพิธภัณฑ์กรมทรัพยากรธรณี กรณีเป็นหน่วยราชการ/โรงเรียน/สถาบันศึกษา ฟรี กรณีซื้อกล่องละ ๒๐๐ บาท

อยากทราบว่าหินบะซอลต์ชนิด nepheline มีลักษณะอย่างไร และรูปร่างเป็นอย่างไร

nepheline basalt เป็นหิน basalt ชนิดหนึ่งที่มี แร่ nepheline [(Na,K)AlSiO4] กล่าวคือกรณีที่ feldspar ซึ่งเป็น phenocryst ในหิน basalt อาจถูกแทนที่ด้วย nepheline ดังนั้นหน้าตาที่ดูด้วยตาเปล่าก็เหมือน basalt ทั่วๆไป

กรุณากรอกรายละเอียดเพื่อส่งไปยังผู้ดูแลระบบ

งานจริยธรรม

ตรากรมทรัพยากรธรณี
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.