คำถามเกี่ยวกับธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม

อยากทราบสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงพื่นที่ชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทย

กรมทรัพยากรธรณีได้ทำการสำรวจสภาพชายฝั่งพบว่าบริเวณชายฝั่งรอบอ่าวไทยมีการเปลี่ยนแปลงทั้งในส่วนของการกัดเซาะประมาณ 29 เปอร์เซนต์ของระยะความยาวทั้งหมด 1,700 กิโลเมตร โดยพบในทุกจังหวัดรอบอ่าวไทย ( 17 จังหวัด) และพบชายฝั่งทะเลที่มีการสะสมตัวเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 7 เปอร์เซนต์ สาเหตุหลักได้แก่กระบวนการทางธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์ ที่สำคัญได้แก่ การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่มีผลต่อความรุนแรงของคลื่นเพิ่มมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงระดับน้ำทะเลที่มีแนวโน้มสูงขึ้น การทรุดตัวของพื้นดินบริเวณชายฝั่งทะเล ปริมาณของตะกอนที่ไหลจากแผ่นดินสู่ชายฝั่งทะเลลดลง และกิจกรรมของมนุษย์ทั้งการตั้งบ้านเรือนและการใช้ประโยชน์พื้นที่อื่นๆเช่นเพื่อการอุตสาหกรรม การทำนากุ้งหรือการบุกรุกป่าชายเลน

อยากทราบวิธีการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงพื่นที่ชายฝั่งทะเลด้านอ่าวไทย

แนวทางแก้ไขระยะสั้นได้แก่การสร้างโครงสร้างป้องกันทางวิศวกรรมที่เหมาะสม ระยะยาวจำเป็นต้องมีแผนการบริหารจัดการพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่เหมาะสม และมีมาตรการหรือกฎหมายใช้ควบคุมการพัฒนาพื้นที่ไม่ให้มีผลกระทบกับสภาพแวดล้อมชายฝั่งทะเล รายละเอียดของการศึกษาการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งของประเทศไทยสามารถมาดูได้จากรายงานวิชาการของกรมทรัพยากรธรณีที่จัดพิมพ์เผยแพร่แล้ว ได้ที่ห้องสมุดกรมทรัพยากรธรณี หรือที่กองธรณีวิทยาสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรธรณี

สาเหตุของการกัดเซาะชายฝั่ง

สาเหตุของการกัดเซาะชายฝั่งที่ทำให้เกิดการพังทลายโดยทั่วไปนั้น ประกอบด้วย 1. สาเหตุตามธรรมชาติ คือ การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล การพังทลายของหน้าผาลดลง ทำให้ปริมาณตะกอนทดแทนมีปริมาณน้อย ปริมาณตะกอนจากทะเลที่พัดพาเข้าสู่ฝั่งลดลง คลื่นลมรุนแรงผิดปกติ กระแสน้ำมีการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ ทิศทางของคลื่นเปลี่ยนแปลง และปริมาณฝนตกที่มากกว่าปกติ 2. สาเหตุจากการกระทำของมนุษย์ที่ทำให้เกิดการพังทลายของชายฝั่ง ประกอบด้วย 2.1 การสร้างเขื่อนหรือฝายกั้นแม่น้ำ เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการพังทลายของชายฝั่งทะเล เนื่องจากตะกอนที่จะมาทับถมมีปริมาณน้อยลง เพราะตะกอนถูกกักไว้ที่เขื่อนหรือฝาย รวมถึงการดูดทรายในแม่น้ำเพื่อใช้ในการก่อสร้างและเพื่อการถมที่ ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ตะกอนที่ลงสู่ทะเลมีปริมาณน้อยลง 2.2 การสร้างกำแพงกันคลื่น (Seawall) เขื่อนดักตะกอน (Groin) เขื่อนหินทิ้ง (Revetment) และแนวหินทิ้ง (Riprap) ในบริเวณหนึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อพื้นที่ใกล้เคียงได้ เช่น อาจเกิดการกัดเซาะพื้นที่ชายฝั่งบริเวณท้ายน้ำ เนื่องจากตะกอนที่เคยพัดมาสะสมถูกดักและตกตะกอนอยู่ที่เขื่อนดักตะกอน นอกจากนั้นการก่อสร้างถาวรวัตถุเพื่อการป้องกันชายฝั่งดังที่กล่าวมา ทำให้ ความลาดชันของชายหาดสูงขึ้น ซึ่งเป็นการเร่งให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งมากขึ้น 2.3 การก่อสร้างกำแพงปากแม่น้ำ (Jetty) ทำให้ตะกอนถูกส่งออกไปไกลจากบริเวณชายฝั่งมากกว่าปกติ ทำให้ตะกอนสูญเสียออกไปจากระบบ ส่งผลให้ปริมาณตะกอนที่ตกทับถมบริเวณชายหาดมีน้อยลง และขัดขวางการพัดพาของตะกอนในแนวเข้า-ออกฝั่ง ก่อให้เกิดการพังทลายของชายฝั่ง นอกจากนี้การขุดลอกร่องน้ำนำตะกอนปากแม่น้ำไปทิ้งยังบริเวณอื่นก็เป็นการลดปริมาณของตะกอนที่ควรจะสะสมตัวตามธรรมชาติ 2.4 การก่อสร้างท่าเทียบเรือบริเวณชายฝั่ง ทำให้เกิดร่องน้ำลึก (ช่องทางเดินเรือ) ที่ขวางกั้นการไหลของตะกอนบริเวณชายฝั่ง รวมถึงสิ่งก่อสร้างบริเวณท่าเรือ เช่น สะพานเทียบเรือ ท่อขนถ่ายสินค้า ก็เป็นสิ่งกีดขวางการพัดพาของกระแสน้ำ และตะกอนบริเวณชายฝั่ง และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของทิศทางคลื่นอีกด้วย 2.5 การถมสร้างชายหาดเทียม (Beach Nourishment) ซึ่งต้องมีการขุดทรายในทะเลจากสถานที่หนึ่งมาถมในบริเวณชายหาด ทำให้เกิดหลุมลึก ซึ่งเป็นการเร่งให้เกิดการไหลของตะกอนมาเติมเต็มในหลุม และมีผลต่อเนื่องถึงการพังทลายของชายฝั่งบริเวณใกล้เคียง

กรุณากรอกรายละเอียดเพื่อส่งไปยังผู้ดูแลระบบ

งานจริยธรรม

ตรากรมทรัพยากรธรณี
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.