คำถามเกี่ยวกับธรณีพิบัติภัย
เขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนอื่นๆ ในจ.กาญจนบุรี มีสภาพสมบูรณ์ และในการก่อสร้างเขื่อนได้ออกแบบโครงสร้างการป้องกันแผ่นดินไหวที่คาดว่าจะเกิดขึ้นสูงสุดในบริเวณนั้นไว้แล้ว กฟผ.ได้ตรวจสอบเป็นระยะ พร้อมทั้งตรวจอย่างดี เขื่อนศรีนครินทร์มีโครงสร้างเพื่อป้องกันแผ่นดินไหวไว้ถึง 7.5 ริกเตอร์ ยอมรับว่าหากมีแผ่นดินไหวรุนแรง 8-9 ริกเตอร์ เขื่อนจะไม่สามารถรับได้ และอาจทำให้เขื่อนเกิดความเสียหายได้
คงต้องแยกคำตอบ เป็น 2 ประเด็น โอกาสเกิดคลื่นสึนามิในอ่าวไทย กับโอกาสที่อ่าวไทยจะได้รับผลกระทบจากสึนามิ สำหรับโอกาสที่จะเกิดคลื่นสึนามิในอ่าวไทย โดยเกิดการเลื่อนตัวของเปลือกโลก แบบรอยเลื่อนย้อนมุมต่ำ thrust fault นั้น มีโอกาสเกิดน้อยมากหรือแทบไม่มี เพราะไม่มีแนวการมุดตัวของเปลือกโลกในอ่าวไทย แม้จะมีสันใต้ทะเล หรือแอ่งต่างๆ ในอ่าวไทย แต่ลักษณะทางธรณีวิทยาก็ไม่บ่งชี้ให้เกิดรอยเลื่อนย้อนมุมต่ำที่จะทำให้เกิดการกระฉอกของน้ำทะเลอย่างรุนแรงที่จะทำให้เกิดคลื่นสึนามิ สรุปคือโอกาสเกิดสึนามิที่ก่อตัวในอ่าวไทยนั้นน้อยมาก สำหรับโอกาสที่อ่าวไทยจะได้รับผลกระทบจากคลื่นสึนามินั้น อาจจะมีได้บ้าง เหตุผลคือ ในมหาสมุทรแปซิฟิก ในแนวประเทศ ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น แนวชายฝั่งทวีปอเมริกา โดยเฉพาะแนวชายฝั่งทวีปอาฟริกาใต้ เป็นแนวของภูเขาไฟใต้ทะเลที่เคยเกิดการระเบิดและมีแนวโน้มที่อาจจะเกิดการระเบิด หรือเกิดการเลื่อนตัวของแผ่นดินที่ทำให้เกิดคลื่นสึนามิได้ เคยมีการเกิดคลื่นสึนามิที่ชายฝั่งทวีปอเมริกาใต้ ที่ชิลี และเกิดคลื่นสึนามิที่มีผลมาถึงออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ได้ เนื่องจากคลื่นสึนามิมีพลังงานมาก และเดินทางไกล มาส่งผลกระทบได้ไกลๆ เช่นเดียวกับที่เกิดในทะเลอันดามัน ก็มีผลถึงชายฝั่งทวีปอาฟริกา ที่อยู่ไกลมาก ดังนั้นการเกิดการเลื่อนของแผ่นดินที่ใต้ทะเลญี่ปุ่น ฟิลิปปินส์ ถ้าเกิดสึนามิ ก็อาจส่งผลมาถึงชายฝั่งทะเลภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยได้ ต้องศึกษามุมและทิศทางการเคลื่อนของคลื่นสึนามิจากแหล่งกำเนิดต่างๆ ทีอาจมีผลกระทบต่อชายฝั่งอ่าวไทยได้ แต่อย่างไรก็ตามชายฝั่งอ่าวไทยส่วนมากไม่น่าจะได้รับผลกระทบเนื่องจากมีชายฝั่งส่วนประเทศ เวียดนาม กัมพูชา กำบังอยู่ โดยเฉพาะอ่าวไทยตอนใน ฉนั้น จึงไม่น่ากังวลมากสำหรับอ่าวไทยกรณีการเกิดสึนามิ แต่อย่างไรก็ตามการศึกษาประวัติการเกิดคลื่นสึนามิในอ่าวไทยมีความจำเป็นอยู่ดี ที่จะศึกษาว่าในอดีตเคยมีการเกิดสึนามิในอ่าวไทย หรือดูจากประวัติการได้รับผลกระทบจากสึนามิในประเทศใกล้เคียงประกอบด้วย
ขนาด (Magnitude) ของแผ่นดินไหววัดเป็นริกเตอร์ (Richter Scale) เป็นมาตรวัดขนาดพลังงานที่ถูกปลดปล่อยออกมาจากการแตกของหิน ทำให้เกิดแผ่นดินไหว มาตรานี้ไม่มีขนาดสูงสุด แต่ที่ปรากฏจนถึงขณะนี้ แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่บันทึกมา เช่น ที่ประเทศชิลี หรือ อลาสกา เมื่อ พ.ศ. 2507 วัดได้ 8.4 ริกเตอร์ ที่เกาะอันดามัน เมื่อ พ.ศ. 2484 วัดได้ 8.7 ริกเตอร์ เป็นต้น ความรุนแรง (Intensity) ของแผ่นดินไหวมีหลายมาตราวัด แต่ที่นิยม ใช้กันแพร่หลายมากที่สุดคือ มาตรามอดิไฟด์ เมอร์คัลลี (Modified Mercalli Intensity Scale) เป็นมาตรวัดความรุนแรง หรือผลกระทบของ การเกิดแผ่นดินไหว มีทั้งหมด 12 ระดับ ผมจะอุปมาให้ฟังว่า ขนาดกับความรุนแรงต่างกันอย่างไร ถ้ามีกลองอยู่ 1 ใบ ถ้าใช้นิ้วเคาะกลอง คนอยู่ใกล้เท่านั้นจึงจะได้ยิน ถ้าใช้กำปั้นทุบ คนอยู่ห่างออกไปหน่อยก็ยังได้ยิน แต่ถ้าใช้ไม้ตี ก็จะได้ยินกันทั่ววัด ขนาดของความแรงหรือพลังงานที่ใช้ในการตีกลอง วัดโดยมาตราริกเตอร์ ผลของการตีกลองคือ เสียงที่จะได้ยินดังหรือค่อย (ความรุนแรง) วัดโดยมาตรามอดิไฟด์ เมอร์คัลลี ถึงแม้จะแค่เคาะกลอง ถ้าอยู่ใกล้ก็ยังได้ยิน แต่ถ้าอยู่ไกล ถึงแม้จะใช้เสากระทุ้งกลอง อาจจะไม่ได้ยินเสียงกลองเลยก็ได้ แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ อาจจะไม่มีความรุนแรงเลยก็ได้ ถ้าเกิดลึก (แผ่นดินไหว ที่เกิดในระดับลึก 0-70 กิโลเมตรจากผิวดิน เรียกว่า แผ่นดินไหวตื้น (Shallow Earthquake) ถ้าเกิดในระดับลึก 71-100 กิโลเมตร เรียกว่า แผ่นดินไหวระดับกลาง (Intermediate Earthquake) ถ้าเกิดในระดับลึกมากกว่า 300 กิโลเมตร เรียกว่า แผ่นดินไหวลึก (Deep Earthquake) ดังนั้น ขนาดของแผ่นดินไหวที่วัดเป็นมาตราริกเตอร์จึงไม่ใช่วัดความรุนแรงหรือความเสียหาย เพราะความเสียหายขึ้นอยู่กับขนาดและความใกล้ไกลกับจุดที่เกิดแผ่นดินไหว แผ่นดินไหวขนาด 4.7 ริกเตอร์ ที่เกิดในโมร็อกโก ทำให้ตึกรามบ้านช่องพังทลาย และผู้คนเสียชีวิตหลายสิบคน เพราะเป็นแผ่นดินไหวระดับตื้นและเกิดใกล้ ในขณะที่แผ่นดินไหวขนาด 8.7 ริกเตอร์ ที่เกาะอันดามัน มีคนตาย 2-3 คน และบ้านเรือนพังเสียหายบ้างเท่านั้น เพราะเกิดในระดับลึก ระดับความรุนแรงตามมาตรา มอดิไฟด์ เมอร์คัลลี ไม่ใช่ระดับขนาดของแผ่นดินไหว ซึ่งต้องใช้ช่วงกว้างของคลื่น สั่นสะเทือนที่อ่านได้จากเครื่องวัด ความสั่นสะเทือนจากแผ่นดินมา ใช้สูตรคำนวณหาค่าริกเตอร์
1.ความยาวคลื่นโดยคลื่นทั่วไปจะมีระยะห่างระหว่างคลื่นแต่ละลูกเพียงไม่กี่เมตร อาจเป็น 10 เมตร หรือไปจนถึง 100 เมตร หรือ 200 เมตร แต่สำหรับสึนามิระยะห่างระหว่างคลื่นแต่ละลูกจะห่างกันถึงกว่า 10 กิโลเมตร 2.ความเร็วของสึนามิจะแปรผันไปตามความลึกของมหาสมุทร หากมหาสมุทรยิ่งลึก ความเร็วของสึนามิยิ่งสูงขึ้น
แผ่นดินไหว เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดจากการสั่นสะเทือนของพื้นดิน อันเนื่องมาจากการปลดปล่อยพลังงานเพื่อระบายความเครียดที่สะสมไว้ภายในโลกออกมาอย่างฉับพลันเพื่อปรับสมดุลย์ของเปลือกโลกให้คงที่ สาเหตุ ของการเกิดแผ่นดินไหวนั้นจัดแบ่งได้ ๒ ชนิด ชนิดที่หนึ่ง เกิดจากการกระทำของมนุษย์ ได้แก่ การทดลองระเบิดปรมาณู การกักเก็บน้ำในเขื่อนและแรงระเบิดของการทำเหมืองแร่ เป็นต้นชนิดที่สองเป็นแผ่นดินไหวจากธรรมชาติ ได้แก่การเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนเปลือกโลก (Fault) การเคลื่อนที่ของหินหลอมเหลวใต้ภูเขาไฟที่ใกล้ระเบิด และการตกกระทบผิวโลกของลูกอุกกาบาต เป็นต้น
เกิดจากการเคลื่อนตัวของรอยเลื่อนมีพลังที่ปรากฏในท้องที่ต่างๆ ได้แก่ รอยเลื่อนแม่จัน รอยเลื่อนแม่ฮ่องสอน รอยเลื่อนแม่เมย รอยเลื่อนแม่ทา รอยเลื่อนเถิน รอยเลื่อนปัว รอยเลื่อนพะเยา รอยเลื่อนอุตรดิตถ์ รอยเลื่อนท่าแขก รอยเลื่อนเจดีย์สามองค์ รอยเลื่อนศรีสวัสดิ์ รอยเลื่อนระนอง รอยเลื่อนคลองมะรุ่ย
กรมทรัพยากรธรณีได้ดำเนินการติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดแผ่นดินไหว หรือเครื่องมือตรวจวัดเคลื่นสั่นสะเทือนพื้นดิน จำนวน 58 สถานี ใน 28 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดสุโขทัย ตาก แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พะเยา กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี กระบี่ ระนอง พังงา ภูเก็ต อุทัยธานี กำแพงเพชร เพชรบูรณ์ เลย พิษณุโลก นครราชสีมา ลพบุรี และจังหวัดฉะเชิงเทรา ครอบคลุม 16 กลุ่มรอยเลื่อนมีพลังในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์ในการตรวจติดตามแผ่นดินไหวที่เกิดจากรอยเลื่อนมีพลัง สำหรับใช้เสริมสร้างประสิทธิภาพการเฝ้าระวังแจ้งข่าวแผ่นดินไหว การเผยแพร่ความรู้ด้านแผ่นดินไหว และใช้เป็นข้อมูลสำหรับการจัดทำแผนที่ภัยพิบัติแผ่นดินไหว และการประเมินความเสี่ยงภัยให้ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยง พร้อมจัดทำแผน มาตรการ รับมือแผ่นดินไหวอย่างเป็นระบบ เมื่อเกิดแผ่นดินไหวข้อมูลจะถูกจัดเก็บไว้ในอุปกรณ์บันทึกข้อมูล (Data logger) และข้อมูลแผ่นดินไหวที่ตรวจวัดได้จะถูกส่งไปวิเคราะห์ข้อมูลแผ่นดินไหว เช่น ตำแหน่งการเกิดแผ่นดินไหว และขนาดแผ่นดินไหว ในระบบประมวลผลกลาง ผ่านระบบสื่อสารอินเตอร์เนตแบบเวลาจริง หรือใกล้เคียงเวลาจริงโดยอัตโนมัติ ที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรแร่และหิน จังหวัดระยอง และเผยแพร่ข้อมูลแผ่นดินไหวผ่านเวปไซต์และสื่อโซเซียลของกรมทรัพยากรธรณี
ศูนย์เกิดแผ่นดินไหว เป็นจุดเริ่มต้นใต้พื้นดินของการกระจายคลื่นแผ่นดินไหวออกไปทุกทิศทางในรูปทรงกลม และส่งคลื่นผ่านตัวกลาง(ชั้นหิน/ดิน) มาถึงผิวดิน
จุดเหนือศูนย์เกิดแผ่นดินไหว เป็นตำแหน่ง ณ ผิวดินเหนือศูนย์เกิดแผ่นดินไหว ซึ่งจะทำหน้าที่ส่งผ่านคลื่นแผ่นดินไหวออกไปจากจุดนี้เช่นกัน
ไม่สามารถสังเกตุได้ เนื่องจากเป็นผลของกระบวนการทางเปลือกโลกจะทราบได้ต่อเมื่อเกิดขึ้นแล้ว
กรมทรัพยากรธรณี
We firmly believe that the internet should be available and accessible to anyone, and are committed to providing a website that is accessible to the widest possible audience, regardless of circumstance and ability.
To fulfill this, we aim to adhere as strictly as possible to the World Wide Web Consortium’s (W3C) Web Content Accessibility Guidelines 2.1 (WCAG 2.1) at the AA level. These guidelines explain how to make web content accessible to people with a wide array of disabilities. Complying with those guidelines helps us ensure that the website is accessible to all people: blind people, people with motor impairments, visual impairment, cognitive disabilities, and more.
This website utilizes various technologies that are meant to make it as accessible as possible at all times. We utilize an accessibility interface that allows persons with specific disabilities to adjust the website’s UI (user interface) and design it to their personal needs.
Additionally, the website utilizes an AI-based application that runs in the background and optimizes its accessibility level constantly. This application remediates the website’s HTML, adapts Its functionality and behavior for screen-readers used by the blind users, and for keyboard functions used by individuals with motor impairments.
If you’ve found a malfunction or have ideas for improvement, we’ll be happy to hear from you. You can reach out to the website’s operators by using the following email
Our website implements the ARIA attributes (Accessible Rich Internet Applications) technique, alongside various different behavioral changes, to ensure blind users visiting with screen-readers are able to read, comprehend, and enjoy the website’s functions. As soon as a user with a screen-reader enters your site, they immediately receive a prompt to enter the Screen-Reader Profile so they can browse and operate your site effectively. Here’s how our website covers some of the most important screen-reader requirements, alongside console screenshots of code examples:
Screen-reader optimization: we run a background process that learns the website’s components from top to bottom, to ensure ongoing compliance even when updating the website. In this process, we provide screen-readers with meaningful data using the ARIA set of attributes. For example, we provide accurate form labels; descriptions for actionable icons (social media icons, search icons, cart icons, etc.); validation guidance for form inputs; element roles such as buttons, menus, modal dialogues (popups), and others. Additionally, the background process scans all of the website’s images and provides an accurate and meaningful image-object-recognition-based description as an ALT (alternate text) tag for images that are not described. It will also extract texts that are embedded within the image, using an OCR (optical character recognition) technology. To turn on screen-reader adjustments at any time, users need only to press the Alt+1 keyboard combination. Screen-reader users also get automatic announcements to turn the Screen-reader mode on as soon as they enter the website.
These adjustments are compatible with all popular screen readers, including JAWS and NVDA.
Keyboard navigation optimization: The background process also adjusts the website’s HTML, and adds various behaviors using JavaScript code to make the website operable by the keyboard. This includes the ability to navigate the website using the Tab and Shift+Tab keys, operate dropdowns with the arrow keys, close them with Esc, trigger buttons and links using the Enter key, navigate between radio and checkbox elements using the arrow keys, and fill them in with the Spacebar or Enter key.Additionally, keyboard users will find quick-navigation and content-skip menus, available at any time by clicking Alt+1, or as the first elements of the site while navigating with the keyboard. The background process also handles triggered popups by moving the keyboard focus towards them as soon as they appear, and not allow the focus drift outside of it.
Users can also use shortcuts such as “M” (menus), “H” (headings), “F” (forms), “B” (buttons), and “G” (graphics) to jump to specific elements.
We aim to support the widest array of browsers and assistive technologies as possible, so our users can choose the best fitting tools for them, with as few limitations as possible. Therefore, we have worked very hard to be able to support all major systems that comprise over 95% of the user market share including Google Chrome, Mozilla Firefox, Apple Safari, Opera and Microsoft Edge, JAWS and NVDA (screen readers), both for Windows and for MAC users.
Despite our very best efforts to allow anybody to adjust the website to their needs, there may still be pages or sections that are not fully accessible, are in the process of becoming accessible, or are lacking an adequate technological solution to make them accessible. Still, we are continually improving our accessibility, adding, updating and improving its options and features, and developing and adopting new technologies. All this is meant to reach the optimal level of accessibility, following technological advancements. For any assistance, please reach out to