คำถามเกี่ยวกับธรณีวิทยา

รายละเอียดของหินไรโอไลต์, หินพัมมิช และหินบะซอลต์

หิน rhyolite เป็นหินภูเขาไฟชนิด acid มีส่วนประกอบแบบเดียวกับหิน granite เพียงแต่มีเนื้อละเอียดกว่า หิน pumice เป็นหินภูเขาไฟเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟทำให้มีลักษณะมีรูพรุน เบา จนสามารถลอยน้ำได้ ส่วนประกอบก็เป็นพวก silica เป็นหลัก หิน basalt เป็นหินภูเขาไฟที่มีส่วนประกอบแบบ mafic เหมือนหิน gabbro ต่างกันเพียงเนื้อละเอียดกว่า ส่วนรายละเอียดมากกว่านี้กรุณาหาดูได้ใน internet โดย search โดยใช้ keywords ว่า rhyolite pumice และ basalt จะเจอข้อมูลมากมาย

รอยแยกแผ่นธรณี และอายุหินบนเทือกเขากลางมหาสมุทร

น่าจะหมายถึงส่วนเปลือกโลกที่แยกตัวกลางมหาสมุทร mid oceanic ridge ใช่ไหม เป็นส่วนหนึ่งของการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก ซึ่งมีอยู่ 3 แบบ สำหรับการแยกตัวของเปลือกโลก ถือว่าเป็นการเริ่มต้นของการเคลื่อนที่ของผิวโลก โดยเกิดจากการระบายความร้อนและมวลสารที่พลุ่งพล่านอยู่ในโลก การปล่อยความร้อนจะทำให้เกิดการทะลักของแมกมาในแนวกลางมหาสมุทร และทำการขยายแนวทะลักให้กว้างขึ้นทุกวินาที เนื่องจากมวลสารที่ทะลักเข้ามาบางส่วนจะแข็งตัวและดันเปลือกโลกออกไปจากแนวดังกล่าว สำหรับอายุหินบนเทือกเขากลางมหาสมุทร ไม่เท่าไหร่ เพราะพึ่งเกิดใหม่ ส่วนใหญ่ประมาณหลักแสนปี เพราะหินที่แก่กว่านั้นจะถูกดันออกไปข้างๆ และต่ำลงๆ (จึงพบว่าเทือกเขากลางมหาสมุทรไม่ขยายตัวใหญ่ไปกว่านี้) แต่ที่แก่ที่สุดของหินกลางมหาสมุทรเท่าที่รู้คือ จูแรสซิกตอนกลาง ประมาณ 160-170 ล้านปี สรุป -เทือกเขากลางมหาสมุทรมีอายุเพียงหลักแสนปี โดยตรงกลางจะมีอายุน้อยที่สุด เพียงแสนปี และห่างออกไปทั้งสองข้างจะมีอายุมากขึ้นเรื่อยจนถึงยุคจูแรสซิก หินที่แก่กว่านั้น มุดตัวลงไปแล้ว

รอยแตก รอยเลื่อน รอยร้าว มีลักษณะแตกต่างกันอย่างไร

รอยแตก (rift) รอยร้าว (fracture or crack) ไม่มีการเคลื่อนที่ เมื่อเทียบกับรอยเลื่อน (fault) ซึ่งต้องมีการเคลื่อนที่

รอยต่อของแผ่นธรณีภาค

รอยต่อของแผ่นธรณีภาค มี 3 ลักษณะ ได้แก่ 1.รอยที่เกิดจากแผ่นดินแยกออกจากกัน ได้แก่ กลางมหาสมุทรแปซิฟิกที่เกิดเป็นร่องลึก 2.รอยที่เกิดจากการชนกันแล้วมีการมุดตัวของแผ่นมหาสมุทรลงใต้พื้นทวีป ได้แก่ทางด้านตะวันตกของอเมริกาเกิดเป็นร่องลึก หรือชนกันแล้วยกตัวสูงขึ้นเป็นเทือกเขาเช่นเทือกเขาหิมาลัย 3.เกิดเป็นรอยแตกเฉือนกันในแนวราบ ในหลายแห่งของโลก ทั้งนี้ดูได้จาก www.dmr.go.th

ยอดเขาเอเวอเรสต์เกิดขึ้นได้อย่างไร

เป็นเทือกเขาที่เกิดจากการเคลื่อนที่ชนกันอย่างต่อเนื่องของแผ่นเปลือกโลกขนาดยักษ์ 2 แผ่น ได้แก่แผ่นมหาสมุทรที่ชื่ออินเดีย (หรืออาจเรียกว่าแผ่นอินเดียออสเตรเลีย) กับแผ่นทวีปยูเรเซีย โดยเมื่อ 60 ล้านปีที่แล้วมา แรงขับเคลื่อนของความร้อนจำนวนมหาศาลภายในโลกทำให้แผ่นเปลือกโลกอินเดียเคลื่อนที่ไปทางทิศเหนือด้วยความเร็วประมาณ 15 cm/year ชนแล้วมุดตัวลงไปใต้แผ่นยูเรเซีย เกิดความร้อนความดันมหาศาลทำให้หินหลอมละลายกลายเป็นแมกม่าใต้ผิวโลกบริเวณที่เปลือกโลกมุดตัว จึงดันตัวขึ้นมาก่อให้เกิดเป็นภูเขาสูงบริเวณนั้น ในปัจจุบันแผ่นมหาสมุทรอินเดียยังคงเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่องไปทางทิศเหนือด้วยความเร็ว 1-20 cm/year โดยนักธรณีวิทยาได้คำนวณไว้ว่าอีกประมาณ 10 ล้านปี ประเทศเนปาลที่อยู่ติดกับอินเดียทางทิศเหนือจะมุดตัวหายลงไปใต้แผ่นทวีปยูเรเซีย ส่วนประเทศอินเดียจะถูกดึงเคลื่อนที่ขึ้นไปทางทิศเหนืออีก 180 กม. และอยู่ในบริเวณที่เป็นประเทศทิเบตในปัจจุบัน

ภูเขาไฟโบราณในประเทศไทยอยู่ที่ไหนบ้าง

ประเทศไทยมีปล่องภูเขาไฟโบราณหลายแห่ง โดยพบบริเวณภาคอิสานตอนล่าง (ท้องที่จังหวัด นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษและอุบลราชธานี ที่มีชื่อเสียงคือที่เขากระโดง จ.บุรีรัมย์) ภาคเหนือ (เช่น จังหวัดลำปางและใกล้เคียง ที่มีชื่อเสียงอยู่ใกล้กับเหมืองถ่านหินแม่เมาะชื่อ คอกฟู) และ ภาคกลาง (เช่น จังหวัด ลพบุรี นครสววรค์ พิจิตร) นอกจากนี้ยังพบที่ จ.เลยด้วยตามที่ทราบแล้ว ในบริเวณภาคอิสานตอนล่างและที่ลำปาง บริเวณที่เป็นปล่องภูเขาไฟโบราณจะเป็นหินภูเขาไฟชนิดบะซอลต์ (basalt) ส่วนบริเวณลพบุรี บริเวณที่เป็นปล่องภูเขาไฟโบราณจะเป็นหินภูเขาไฟชนิดไรโอไรต์ แอนดีไซต์ สำหรับลักษณะของปล่องภูเขาไฟโบราณนี้ หากมองจากภาพถ่ายทางอากาศ หรือ ภาพถ่ายดาวเทียม จะเห็นเป็นรูปวงกลม มีเนินเขาวางตัวตามเส้นรอบวง คล้ายกับรูปสี้ยวพระจันทร์ สำหรับบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน ไม่พบหินภูเขาไฟที่ครอบคลุมเนื้อที่เป็นบริเวณกว้างคล้ายกับบริเวณจังหวัดลำปาง บุรีรัมย์หรือลพบุรี ดังนั้นจึงคาดว่าไม่น่าจะมีปล่องภูเขาไฟโบราณในบริเวณดังกล่าว แต่บริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอนอาจจะมีลักษณะภูมิประเทศที่เป็นปล่องได้ ซึ่งเป็นหลุมยุบ (sink hole) ที่เกิดในหินปูน (จ.แม่ฮ่องสอนมีหินปูนมาก) ทำให้เข้าใจผิดคิดว่าเป็นปล่องภูเขาไฟโบราณ

ภูเขาไฟเกิดขึ้นอย่างไร และภูเขาไฟคืออะไร

ภูเขาไฟ เป็นธรณีสัณฐาน (โดยทั่วไป คือ ภูเขา) ที่หินหนืด (หินภายในโลกที่ถูกหลอมเหลวด้วยความดันและอุณหภูมิสูง) ปะทุผ่านขึ้นมายังพื้นผิวของดาวเคราะห์ แม้ว่าเราจะสามารถพบภูเขาไฟได้หลายแห่งบนดาวเคราะห์หินและดาวบริวารในระบบสุริยะ แต่บนโลก ภูเขาไฟมักเกิดขึ้นใกล้กับแนวรอยต่อระหว่างแผ่นเปลือกโลก อย่างไรก็ตาม ยังมีภูเขาไฟที่เป็นข้อยกเว้น เรียกว่า ภูเขาไฟจุดร้อน วิชาที่ศึกษาเกี่ยวกับภูเขาไฟ เรียกว่า วิทยาภูเขาไฟ (vulcanology หรือ volcanology)

ภูเขาแบบ Pancake rocks เป็นภูเขาที่มีลักษณะเป็นชั้นๆ อยู่ที่นิวซีแลนด์ เกิดขึ้นได้โดยกระบวนการใด

เป็นกระบวนการหินตะกอน (sedimentary process) ที่มีการตกตะกอนของหินตะกอนที่มีส่วนประกอบและความแข็งต่างกัน เป็นชั้นๆ ที่ท้องทะเล ต่อมามีการเอียงและยกตัวของชั้นหินดังกล่าวเกิดเป็นหน้าผา ต่อมาลม และ น้ำทำหน้าที่กัดกร่อนเอาชั้นที่อ่อนกว่าออกเหลือพวกที่แข็งโดเด่ เป็นชั้นๆ มีพวกรู หรือ โพลง เมื่อคลื่นซัดเข้าหาด้วยความแรงเกิดแรงดันย้อนกลับพัดเอาน้ำจากที่ต่างๆให้เป็นละออง

ภูเขาหินปูนในประเทศไทยมีมากมายหลายชนิด และก็มีการพังทลายและโดยทำลายไปมาก เกิดการพังทลายได้อย่างไรบ้าง แล้วที่สำคัญภูเขาหินปูนมีประโยชน์ต่อระบบนิเวศอย่างไร และถ้ามันหมดไปจากประเทศไทยจะเกิดอะไรขึ้น

การพังทลายโดยธรรมชาติไม่น่ากลัว เกิดน้อยมากๆ เขาลูกหนึ่งอยู่ได้เป็นหมื่นปี ช่วงมนุษย์อยู่ถือว่าเป็น 0.0001 % ที่ถูกกัดเซาะ ดังนั้นในมาตราส่วนหลักพันปี แทบจะบอกได้ว่าภูเขาทุกลูกในประเทศไทย มีการถูกทำลายน้อยมากๆ ไม่มีนัยยะ การกัดกร่อนพังทลายของหินปูนโดยธรรมชาติเกิดขึ้นด้วยเหตุว่าหินปูนประกอบด้วยแร่ CaCO3 หรือแคลเซี่ยมคาร์บอเนตเป็นสำคัญ ดังนั้นมันจึงง่ายต่อการทำปฏิกิริยากับกรด แม้จะเป็นกรดอ่อนๆที่ตามธรรมชาติมีอยู่มากมาย ที่พบบ่อยๆคือ H2CO3 (carbonic acid) ที่ส่วนหนึ่งเกิดจากน้ำรวมตัวกับคาร์บอนไดออกไซด์ และ HCl (hydrochloric acid) นอกจากนี้หินปูนมักจะเต็มไปด้วยรอยแตกรอยแยก ทำให้เป็นช่องทางให้น้ำไหลผ่านหรือถูกกักเก็บ ในขณะเดียวกันก็กัดเซาะ ดังนั้นจึงมักเห็นภูเขาหินปูนเต็มไปด้วยถ้ำ และมียอดขรุขระ แต่การทำลายโดยมนุษย์โดยไม่มีการเลือกสรรการใช้ประโยชน์ให้เหมาะสมกับชนิดหินปูน ทำให้เกิดการสูญเสียทางเศรษฐกิจ และยังเป็นการทำลาย ระบบแหล่งน้ำที่กักเก็บอยู่ใต้ดิน ทำลายที่อยู่อาศัยของสัตว์บางชนิดที่อยู่ในวัฏจักรของระบบนิเวศน์ เช่น ค้างคาว และแมลงต่างๆ การระเบิดย่อยหินปูนทำให้เกิดฝุ่นฟุ้งกระจายทำลายพืชพรรณและสัตว์ โดยเฉพาะมนุษย์ทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ หรือการทำลายป่าไม้และทำเหมืองแร่ในบริเวณที่มีหินปูน โดยเฉพาะแร่สังกะสี จะมีผลทำให้โลหะ cadmium เสียสมดุลและหลุด หรือ ละลายลงสู่ ห้วยหนองคลองบึง หรือ ในบรรยากาศ

กรุณากรอกรายละเอียดเพื่อส่งไปยังผู้ดูแลระบบ

งานจริยธรรม

ตรากรมทรัพยากรธรณี
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.