คำถามเกี่ยวกับแร่

อยากได้ข้อมูลของหิน แร่ ของจังหวัดอุบลราชธานี

1. ชั้นหินที่รองรับจังหวัดอุบลราชธานี เป็นหน่วยหินตะกอนทวีป ชุดหินโคราช อายุ Mesozoic ประมาณ 200 – 60 ล้านปี ประกอบด้วยหินทราย หินดินดาน หินทรายแป้ง และชั้นเกลือหิน ที่ถูกปิดทับด้วยตะกอนที่ราบลุ่มแม่น้ำอายุปัจจุบัน 2. แหล่งแร่ของจังหวัดอุบล ที่สำคัญคือ แหล่งเกลือหิน พบรองรับพื้นที่อำเภอเมือง ม่วงสามสิบ เขื่องใน หัวตะพาร วารินชำราบ และพนา แหล่งพลอย พบที่อำเภอน้ำยืน แหล่งหินอุตสาหกรรมชนิดหินบะซอลต์ พบที่อำเภอน้ำยืน แหล่งทราย กรวด พบที่อำเภอเมือง

อยากได้ข้อมูล รูปแบบการเกิดและคุณสมบัติเบื้องต้นขอ rose quartz หรือ quartz

rose quartz มักจะมีผลึกใหญ่ แต่บางครั้งไม่เห็นหน้าผลึกเนื่องจากการฟอร์มผลึกของหลายๆผลึกมันเกิดการบดบังหน้าผลึกกันเอง ที่มีสีชมพูเพราะมีธาตุ Ti (ไทเทเนียม) ปนอยู่ การเกิดผลึก quartz ใหญ่ๆมักเกิดขึ้นขณะที่ magma ทยอยตกผลึกอยู่ และตรงขอบๆ (fringe) ของมวล magma เต็มไปด้วย volatile น้ำ silica oxygen และธาตุอื่นๆอีกมาก ทำให้สารต่างๆเหล่านี้เล็ด หรือถูกบีบไปยังหินท้องที่ (country rock) หรือหินที่ปิดทับมันอยู่ ตามรอยแตกหรือรอยแยก หรือบางครั้งตรงที่เปราะบาง แล้วค่อยๆเย็นตัวลง อย่างช้าๆ เกิดการฟอร์มตัวเป็น pegmatite ที่มีผลึกแร่ต่างๆที่มีขนาดใหญ่รวมทั้ง quartz ด้วย ไม่ว่าจะเป็น quartz สีใดความแข็ง = 7

อยากทราบแหล่งซื้อขายแร่ ราคาแร่ และสถิติการใช้แร่ การนำแร่เข้ามาและส่งแร่ออกนอกราชอาณาจักร

สอบถามได้ที่กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่

อยากทราบวิธีการคัดเลือกพลอยคอรันดัมที่ใช้ในการเผา

พลอยคอรันดัม (ทับทิมและแซปไฟร์) ที่นิยมนำมาเผา สามารถจำแนกได้ 2 พวกใหญ่ ๆ คือ พลอยหม่าและพลอยเชื้อ คุณสมบัติที่ใช้ในการคัดเลือกตัวอย่างมาเผาคือ พลอยควรมีความโปร่งแสง ไม่มีรอยแตกหรือตำหนิในเนื้อเช่น ฟองอากาศ และมลทินของเหลว หากมีควรเจาะให้ฟองอากาศและมลทินของเหลวมีช่องออกสู่ผิวเม็ดพลอยได้ แต่การเผาพลอยมิใช่ว่าจะกระทำได้เป็นผลสำเร็จทุกเม็ด พลอยที่จะเผาให้เกิดมีความสวยงามได้นั้นขึ้นอยู่กับธรรมชาติการกำเนิดซึ่งเกี่ยวพันกับชนิดและปริมาณของธาตุมลทินที่ปรากฏอยู่แล้วในเม็ดพลอยแต่ละเม็ดตามธรรมชาติ

อยากทราบว่าในประเทศไทยมีเหมืองแร่ทองคำอยู่ที่ใดบ้าง และแต่ละแหล่งมีแร่ทองคำอยู่ในปริมาณเท่าใด และเราส่งออกทองคำไปต่างประเทศบ้างหรือไม่ ในรูปแบบใด

ประเทศไทยพบแร่ทองคำอยู่ทั่วไป เกือบทั่วประเทศตั้งแต่เหนือจรดใต้ ยกเว้นทางภาคอิสานซึ่งเป็นหินทราย และแหล่งแร่ทองคำที่เคยมีการทำเหมืองในอดีตก็มีหลายแห่ง เช่นที่ บ้านบ่อทอง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี บ้านป่าร่อน อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ แหล่งโต๊ะโม๊ะ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส แหล่งแร่ทองคำเหล่านี้มีการทำเหมืองตั้งแต่สมัยกรุศรีอยุธยาก็มี (ที่ จ. ประจวบฯ) และจากผลการสำรวจของกรมทรัพยากรธรณีพบร่องรอยการทำแร่ทองคำหลายแห่งแต่ไม่ทราบประวัติความเป็นมา เช่น ที่บ้านผาฮี้ ดอยตุง จ.เชียงราย บ้านบ่อทอง อ.ภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ เป็นต้น ในปัจจุบัน มีการสำรวจพบแหล่งแร่ทองคำใหม่หลายแห่งที่มีการผลิต คือ ที่เหมืองแร่ทองคำชาตรี จ.พิจิตร-เพชรบูรณ์ และกำลังจะเปิดทำเหมืองที่ แหล่งแร่ทองคำภูทับฟ้า จ.เลย ทั้งสองแห่งดังกล่าวมีปริมาณทองคำที่สามารถทำเหมืองได้หนักรวมกันประมาณ 40 ตัน หรือ 40,000 กิโลกรัม หรือ 2,600,000 บาท และคิดมูลค่าที่ทองคำบาทละ 7000 บาทแล้ว แหล่งแร่ทองคำจะมีมูลค่าประมาณ 20,000 ล้านบาท ประเทศไทยส่วนใหญ่นำเข้าทองคำเพื่อมาทำเป็นทองคำรูปพรรณและเครื่องประดับแล้วส่งออกไปขายต่างประเทศ

อยากทราบว่าแร่โปแตชมีกี่ชนิด และชนิด"คาร์นัลไลต์" กับ"ซิลไวต์" อันไหนเหมาะกับการมาใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากกว่ากัน และทำไมโครงการเหมืองแร่โปแตชที่อุดรและชัยภูมิยังมีปัญหา ถ้าโปแตชมีประโยชน์

คำว่า “แร่โพแทช” เป็นคำรวม ที่หมายถึงแร่ในกลุ่มหินเกลือระเหย (evaporites) หลายตัว ที่มีธาตุโพแทสเซียม (K) เป็นองค์ประกอบอยู่ โดยมี ซิลไวต์ (KCl) และคาร์นัลไลต์ (KMgCl3.6H2O) เป็นแร่ที่สำคัญ ส่วนตัวอื่นๆ (เอาพอสังเขป) ได้แก่ แลงบีไนต์ (langbeinite, 2MgSO4.K2SO4) หรือ ไคอิไนต์ (kainite, Mg2SO4.KCl.2H2O) ซึ่งสองตัวหลังนี้บ้านเราไม่มี แร่ทั้งหลายมีการทำเหมือง เพื่อเอา K และ Mg มาใช้ประโยชน์ ขึ้นอยู่กับว่าแหล่งแร่ไหนมีแร่อะไรบ้าง แต่แน่นอน ดูจากสูตรเคมีแล้วคงเห็นได้ชัดว่า ปริมาณ K ในซิลไวต์ย่อมสูงกว่าคาร์นัลไลต์ ที่ยังไม่มีการทำเหมืองในบ้านเรา ทั้ง ๆ ที่มีแหล่งแร่หลายแห่งนั้น ก็เนื่องจากว่า การศึกษาในหลาย ๆ ด้านยังไม่สมบูรณ์พอที่ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคประชาชนจะตัดสินใจ เรื่องนี้ต้องคิดกันรอบคอบหน่อย ผลดีก็มี ผลเสียก็ไม่น้อย และต้องใช้เงินลงทุนสูง อีกอย่างนึง ปัญหาทางด้านการเมืองและมวลชนในพื้นที่ก็ดูจะมีส่วนที่ทำให้โครงการไม่คืบหน้าอยู่มากเหมือนกัน

อยากทราบว่าแร่อะไรบ้างที่สามารถกำจัดโลหะหนักได้ นอกจาก แร่ clino pyrrhotite

เข้าใจว่า “กำจัด” ของคุณ หมายถึงการ “จับ” หรือ “ตรึง” ไว้ให้อยู่กับที่ เพื่อจะได้นำไปทิ้งอย่างถูกวิธีและปลอดภัย มากกว่าจะหมายถึงการทำให้โลหะหนักหมดสิ้นสูญหาย ถ้าคุณหมายความอย่างที่ว่า ก็จะมีแร่หลายตัวเหมือนกันที่ทำหน้าที่ตรึงโลหะหนักไว้ได้ ที่เด่น ๆ คงเป็นแร่ในกลุ่มซีโอไลต์ ซึ่งเสียอยู่ตรงที่ว่า ในบ้านเราไม่มีแร่นี้ในเชิงพาณิชย์ แต่ก็มีการนำเข้ามาใช้กันอยู่พอสมควร ข้อควรระวังคือ ซีโอไลต์ที่มักมีผู้นำมาจำหน่ายเพื่อใช้ในนากุ้งและด้านเกษตรกรรม ไม่ใช่ซีโอไลต์จริง เป็นดินขาวหรือดินเบาจากลำปาง หรือไม่ก็จากนครนายก-สระบุรี อย่างไรก็ดี ดินเบา ซึ่งเรามีแหล่งใหญ่อยู่ที่จังหวัดลำปาง ซึ่งโดยทั่วไปคุณภาพไม่ถึงกับดีนัก แต่จากการสำรวจและศึกษาเท่าที่เคยทำกันอยู่ พบว่าสามารถตรึงสารหนูและโลหะหนักได้ดีทีเดียว เคยมีการทดลองกับดินที่ปนเปื้อนโลหะหนักจากเหมืองที่ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช และเหมืองปินเยาะ จ.ยะลา ได้ผล รายละเอียดเรื่องนี้เยอะ แวะมาอ่านรายงานเรื่องนี้ที่ห้องสมุดกรมทรัพย์

อยากทราบว่าแคดเมียมที่อยู่ในดินอยู่ในรูปไหน และแคดเมียมที่ถูกพืชดูดซับเข้าไปอยู่ในรูปไหน

แหล่งของ cadmium(Cd) ในธรรมชาติจะอยู่ในลักษณะแทนที่อะตอมของธาตูสังกะสี(Zn) ที่พบในแร่สังกะสี ได้แก่แร่ sphalerite โดยมีปริมาณประมาณ 1% แร่ cadmium ล้วนๆพบน้อยมาก ที่รู้จักกันก็มี greenockite(CdS) ซึ่งเป็น cadmium sulfide แต่หายาก และมีผลึกเล็กมาก นอกจากนี้ยังพบในแร่ฟอสเฟตโดยพบเป็น impurity ซึ่งมีปริมาณถึงเป็นร้อยๆ ppm และจำเป็นต้องขจัดทิ้งในการนำมาทำปุ๋ย จากการศึกษาพบว่าการตัดไม้ทำลายป่าเป็นสาเหตุให้ solubility ของ Cd ion เพิ่มขึ้นจึงหลุดและละลายลงสู่แหล่งน้ำและดิน พืชก็ดูดเอา Cd ion ไปสะสม นอกจากนี้ปุ๋ยเคมีก็เป็นอีกแหล่งหนึ่งของการปนเปื้อนของ Cd ในแหล่งน้ำและดิน………ดังนั้นแต่ใช้ปุ๋ยเคมีในระยะยาวดินก็เสียและเกิดการปนเปื้อนของ Cd…….ใช้ปุ๋ยคอกปุ๋ยธรรมชาติดีที่สุด

อยากทราบรายละเอียดของเพอร์ไลต์และเวอร์มิคูไลต์

เพอร์ไลต์ เป็นหินภูเขาไฟชนิดหนึ่ง เนื้อเป็นแก้ว คือไม่มีรูปผลึก มีองค์ประกอบหลักคล้ายคลึงกับหินไรโอไลต์ แต่มีน้ำแทรกอยู่ 2-5 % ดังนั้น จึงมีคุณสมบัติพิเศษคือ เมื่อบดเป็นก้อนเล็ก ๆ แล้วนำไปเผาประมาณ 800-1,000 องศาเซลเซียส จะพองตัวแบบข้าวโพดคั่ว ทำให้มีรูพรุน มีเนื้อเป็นโพรง และมีน้ำหนักเบา (0.5-0.8 กรัม/ซีซี) จากคุณสมบัติตรงนี้ จึงสามารถนำไปใช้งานได้หลากหลาย เช่น ใช้เป็นวัสดุผสมน้ำหนักเบา (แทนทรายก่อสร้าง) ในงานคอนกรีต ใช้ทำผนัง-ฝ้ากันความร้อน/ทนไฟ ใช้เป็นตัวดูดซับของเหลว/ของเสีย หรือใช้ปรับปรุงดินเพื่อเกษตรกรรม โดยจะทำให้ดินร่วนซุย อากาศและน้ำถ่ายเทได้สะดวก จัดเป็นแร่อุตสาหกรรมที่มีอนาคตดี ในบ้านเรามีแหล่งอยู่บริเวณอำเภอโคกเจริญและสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี มีการทำเหมือง 2-3 เหมือง แต่รายละเอียดเรื่องเหมืองและราคาจะแนะนำให้ติดต่อสภาการเหมืองแร่ จะได้ข้อมูลชัดเจนมากขึ้น เวอร์มิคูไลต์เป็นแร่ในกลุ่มไมก้า ซึ่งคุณสมบัติเด่นของแร่กลุ่มไมก้าคือ การมีโครงสร้างผลึกเป็นแผ่นซ้อน ๆ กัน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า ไมก้าทุกตัวจะสามารถแตกและขยายตัวเป็นตัวหนอนได้เหมือนเวอร์มิคูไลต์ ไม่พบเป็นแหล่งแร่ที่พอจะทำเหมืองได้ในบ้านเรา ที่พบก็เป็นเพียงส่วนประกอบในดินบางแห่ง คุณสมบัติสำคัญของเวอร์มิคูไลต์คือ มีผลึกซ้อนกันเป็นชั้นและมีน้ำคั่นระหว่างชั้น ดังนั้น เมื่อเผาประมาณ 1,000-1,100 องศาเซลเซียส ก็จะแตกและพองตัวออกเป็นเหมือนตัวหนอนขนาดเล็ก ๆ ลักษณะเช่นนี้จึงทำให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้คล้ายกับเพอร์ไลต์ คือใช้ประโยชน์จากการที่มีน้ำหนักเบา (เบากว่าเพอร์ไลต์เผาเล็กน้อย) พรุน เป็นฉนวนความร้อนและไฟฟ้า

กรุณากรอกรายละเอียดเพื่อส่งไปยังผู้ดูแลระบบ

งานจริยธรรม

ตรากรมทรัพยากรธรณี
Privacy Overview

This website uses cookies so that we can provide you with the best user experience possible. Cookie information is stored in your browser and performs functions such as recognising you when you return to our website and helping our team to understand which sections of the website you find most interesting and useful.